การฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูกคืออะไร
IUI คือการนำตัวอย่างน้ำเชื้อไปเตรียมในห้องปฏิบัติการ จากนั้นฉีดเข้าไปในโพรงมดลูก เป้าหมายคือทำให้มีตัวอสุจิที่เคลื่อนไหวดีจำนวนมากขึ้นและอยู่ใกล้ท่อนำไข่มากขึ้น ส่วนการปฏิสนธิและการฝังตัวเป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นในร่างกาย IUI จึงถือว่าเป็นวิธีที่รุกล้ำน้อยกว่า IVF แต่ควบคุมได้น้อยกว่า เพราะไม่ได้ติดตามการพัฒนาของตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ
การแยกความต่างจากวิธีที่ง่ายกว่าเป็นเรื่องสำคัญ ใน ICI หรือ IVI ตัวอย่างมักถูกวางใกล้ปากมดลูก และหลายครั้งไม่มีการเตรียมน้ำเชื้อแบบมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ ขณะที่ IUI เป็นหัตถการในคลินิกที่มีการเตรียมตัวอย่าง บันทึกข้อมูล และขั้นตอนที่เป็นมาตรฐาน ภาพรวมที่อ่านเข้าใจง่ายดูได้ที่ โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา
ใครมักเหมาะกับ IUI
IUI มักถูกเลือกเมื่อเงื่อนไขโดยรวมค่อนข้างดี และต้องการก้าวที่มีโครงสร้างชัดเจนแต่ยังค่อนข้างอ่อนโยนก่อนจะไปถึง IVF ว่า IUI เหมาะหรือไม่ขึ้นอยู่กับอายุ สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก ความโล่งของท่อนำไข่ การตกไข่ และคุณภาพของตัวอย่างหลังการเตรียมน้ำเชื้อ
- ภาวะมีบุตรยากที่หาสาเหตุไม่พบ เมื่อผลตรวจหลักๆ ไม่พบความผิดปกติชัดเจน และต้องการทำแบบเป็นขั้นเป็นตอน
- ปัจจัยฝ่ายชายระดับเล็กน้อย เมื่อหลังการเตรียมน้ำเชื้อยังได้จำนวนอสุจิที่เคลื่อนไหวดีเพียงพอ
- ปัจจัยจากปากมดลูก เมื่ออสุจิผ่านปากมดลูกได้ยากหรือมูกปากมดลูกไม่เอื้อ
- การรักษาด้วยน้ำเชื้อบริจาค ซึ่งมักเป็นก้าวแรกในคลินิก
- ภาวะเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์หรือมีปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้การตั้งครรภ์จากการมีเพศสัมพันธ์ทำได้ไม่สม่ำเสมอ
หากท่อนำไข่อุดตัน สเปิร์มมีปัญหารุนแรง หรือมีความกดดันด้านเวลาเพราะอายุ IUI มักไม่ใช่ทางที่คุ้มที่สุด ในสถานการณ์แบบนี้มักพิจารณา IVF หรือ ICSI เร็วขึ้น
เหตุผลทางการแพทย์ของ IUI
แกนหลักคือจังหวะเวลาที่แม่นและระยะทางที่สั้นลง การเตรียมน้ำเชื้อช่วยคัดเลือกอสุจิที่เคลื่อนไหวดีและลดส่วนประกอบที่อาจระคายเคือง ทำให้ความเข้ากันได้ดีขึ้น การฉีดเข้าโพรงมดลูกทำให้ทางไปท่อนำไข่สั้นลง IUI จึงช่วยปรับสภาพเริ่มต้นให้ดีขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ แต่ไม่ได้ทำให้คุณภาพไข่เปลี่ยนไป
เพราะเหตุนี้โอกาสสำเร็จจึงขึ้นกับสองเรื่องมากเป็นพิเศษ คือจังหวะเวลาตกไข่ที่แม่นและจำนวนอสุจิที่เคลื่อนไหวดีจริงๆ หลังการเตรียมน้ำเชื้อ ศูนย์ที่ทำงานดีจะบันทึกค่าหลังการเตรียมน้ำเชื้อและใช้ข้อมูลเพื่อประเมินว่าควรทำ IUI ต่อหรือควรเปลี่ยนวิธี
ทำในรอบธรรมชาติหรือกระตุ้นแบบอ่อน
ประเด็นที่พบบ่อยคือ IUI ควรทำในรอบธรรมชาติหรือใช้การกระตุ้นไข่แบบอ่อน การทำ IUI ในรอบธรรมชาติหมายถึงไม่ใช้ยากระตุ้นให้ฟอลลิเคิลโต ข้อดีคือความเสี่ยงครรภ์แฝดต่ำกว่าและมักติดตามน้อยกว่า ข้อเสียคือควบคุมรอบเดือนได้ยากกว่า และถ้าตกไข่ผันผวนอาจทำให้การนัดหมายตึงมือ
การกระตุ้นแบบอ่อนอาจเพิ่มโอกาสต่อรอบได้ แต่เพิ่มความเสี่ยงครรภ์แฝดและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แนวทางอาจต่างกันตามสถานพยาบาลและดุลยพินิจแพทย์ ในทางปฏิบัติสิ่งสำคัญคือมีแผนความปลอดภัยที่ชัดเจน รวมถึงเกณฑ์ยกเลิกหัตถการเมื่อมีฟอลลิเคิลโตมากเกินไป
ประเด็นที่ควรเข้าใจคือการกระตุ้นไม่ใช่ของแถม แต่เป็นการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงและประโยชน์ การป้องกันครรภ์แฝดเป็นหนึ่งในหัวใจด้านความปลอดภัยของ IUI
เงื่อนไขสำคัญก่อนทำ IUI
ก่อนทำ IUI ควรเคลียร์ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อไม่ให้เสียรอบไปกับการรักษาที่โครงสร้างโอกาสต่ำตั้งแต่ต้น
- อย่างน้อยหนึ่งท่อนำไข่เปิดโล่ง และในบางกรณีควรยืนยันด้วยการตรวจที่เหมาะสม
- มีการตกไข่ที่คาดเดาได้ ไม่ว่าจะเกิดเองหรือช่วยด้วยยา
- ไม่มีการติดเชื้อเฉียบพลัน และในบางสถานการณ์ควรมีผลตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เป็นปัจจุบัน
- มีแผนที่สมจริงว่าจะลองกี่รอบ และเมื่อไรควรเปลี่ยนวิธี
หากใช้น้ำเชื้อบริจาคจะมีเรื่องการคัดกรอง การตรวจสอบย้อนกลับ การให้ความยินยอม และการบันทึกข้อมูลเพิ่มขึ้น ในประเทศไทยกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์อยู่ในพระราชบัญญัติ พ ศ. 2558 โดยเอกสารจากกระทรวงสาธารณสุขสามารถดูได้ที่ กระทรวงสาธารณสุข
IUI ทีละขั้น
1 พบแพทย์ครั้งแรกและวางแผนรอบ
เริ่มจากการสรุปการวินิจฉัยและวางกลยุทธ์ ทำในรอบธรรมชาติ กระตุ้นแบบอ่อน หรือกำหนดแผนเปลี่ยนไป IVF ให้ชัดเจน ขั้นนี้จะกำหนดว่าต้องติดตามถี่แค่ไหน จะระบุการตกไข่อย่างไร และมีเกณฑ์ยกเลิกอย่างไรหากมีฟอลลิเคิลโตมากเกินไป
- สาเหตุหลักคืออะไร และทำไม IUI จึงเหมาะกับสถานการณ์ของคุณ
- ทำรอบธรรมชาติหรือกระตุ้น และเป้าหมายของการเลือกนั้นคืออะไร
- เกณฑ์ยกเลิกเมื่อมีฟอลลิเคิลมากเกินไปคืออะไร
- วางแผนกี่รอบ และเมื่อไรจะประเมินผลระหว่างทาง
- ค่าใช้จ่ายส่วนใดแน่นอน ส่วนใดเป็นตัวเลือก และช่วงราคาที่สมจริงเป็นอย่างไร
2 การติดตามรอบ
คลินิกจะติดตามการโตของฟอลลิเคิลด้วยอัลตราซาวนด์ และมักเสริมด้วยการตรวจฮอร์โมน เป้าหมายคือจับจังหวะให้เหมาะและลดความเสี่ยง ในรอบที่กระตุ้นไข่ช่วงนี้สำคัญมาก เพราะเป็นจุดที่ต้องตัดสินใจเรื่องขนาดยา เวลา และความปลอดภัย
3 การกำหนดจังหวะตกไข่
IUI ต้องทำใกล้ช่วงตกไข่ การกำหนดเวลาทำได้จากการดูสัญญาณ LH ที่ขึ้นเองหรือการฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตกที่ใช้บ่อย เช่น hCG หลายแห่งนัดทำ IUI ในช่วงประมาณ 24 ถึง 36 ชั่วโมงหลังฉีด trigger แนวทางไทยโดยราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยระบุการฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูกประมาณ 36 ชั่วโมงหลังฉีดยาได้ที่ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย
4 การเตรียมน้ำเชื้อในห้องปฏิบัติการ
ตัวอย่างจะถูกประมวลผลเพื่อคัดเลือกอสุจิที่เคลื่อนไหวดีและลดสิ่งที่ไม่ต้องการ วิธีที่พบได้บ่อยคือ swim-up หรือ density gradient สำหรับผู้เข้ารับการรักษาสิ่งสำคัญคือห้องแล็บบันทึกค่าหลังการเตรียมน้ำเชื้อ เพราะมักสะท้อนการคาดการณ์ได้จับต้องกว่าค่าสเปิร์มก่อนเตรียม
5 การฉีดเชื้อ
น้ำเชื้อที่เตรียมแล้วจะถูกฉีดเข้าโพรงมดลูกด้วยสายสวนที่นุ่ม ขั้นตอนโดยมากใช้เวลาไม่นาน หลายคนรู้สึกเพียงเล็กน้อย บางคนอาจรู้สึกตึงหรือหน่วงสั้นๆ หลังทำส่วนใหญ่กลับไปทำกิจวัตรได้ตามปกติ หากแพทย์ไม่ได้ให้ข้อจำกัดเฉพาะ
6 หลังทำ IUI ระยะลูทีอัล และการตรวจ
ตามโปรโตคอลบางกรณีจะให้โปรเจสเตอโรนในระยะลูทีอัล โดยเฉพาะเมื่อใช้การกระตุ้นด้วยโกนาโดโทรพิน การตรวจการตั้งครรภ์โดยทั่วไปเหมาะประมาณ 10 ถึง 14 วันหลังทำ IUI การตรวจเร็วเกินไปมักทำให้เครียดโดยไม่จำเป็น เพราะระยะแรกความน่าเชื่อถือของผลยังจำกัด

สิ่งที่น่าสนใจจริงๆ คือค่าหลังการเตรียมน้ำเชื้อ
บทความคุณภาพจำนวนมากให้ความสำคัญกับจำนวนอสุจิที่เคลื่อนไหวดีหลังการเตรียมน้ำเชื้อ เพราะเป็นตัวชี้วัดเชิงปฏิบัติของ IUI ที่จับต้องได้ มักอ้างถึงค่า total motile sperm count หลังการเตรียม ไม่มีเส้นแบ่งตายตัวว่าต่ำกว่านี้ทำไม่ได้หรือสูงกว่านี้ต้องทำ แต่โดยเฉลี่ยโอกาสจะดีขึ้นเมื่อค่ามากขึ้น และจะค่อยๆ ลดลงเมื่อหลังการเตรียมเหลืออสุจิที่เคลื่อนไหวดีน้อยมาก
ศูนย์ที่ทำงานดีจะใช้ค่านี้ในการให้คำปรึกษา ว่าควรทำ IUI ต่อหรือควรไป IVF หรือ ICSI ซึ่งสำหรับคุณถือเป็นสัญญาณคุณภาพ เพราะสะท้อนว่าคลินิกไม่ได้ทำซ้ำแบบไม่ดูข้อมูล แต่ปรับตามหลักฐานจากรอบจริง
ทำครั้งเดียวหรือทำสองครั้งในรอบเดียว
คำค้นยอดนิยมคือแนวคิดทำการฉีดเชื้อสองครั้งในรอบเดียว ที่มักเรียกว่า double IUI หลักฐานยังไม่เป็นเอกฉันท์และไม่ได้เป็นมาตรฐานทุกที่ หลายคลินิกทำ single IUI เป็นหลัก เพราะจังหวะเวลาและคุณภาพการเตรียมน้ำเชื้อคือคันโยกสำคัญอยู่แล้ว และ double IUI เพิ่มทั้งภาระและค่าใช้จ่าย หากมีการแนะนำ double IUI ควรถามให้ชัดถึงประโยชน์ในกรณีของคุณ ค่าใช้จ่าย และทางเลือกอื่น เช่น ปรับแผนติดตามให้แม่นขึ้นหรือกำหนดแผนเปลี่ยนไป IVF ให้ชัดเจน
โอกาสสำเร็จของ IUI ประเมินอย่างสมจริง
ตัวเลข IUI บนอินเทอร์เน็ตมักดูขัดแย้ง เพราะนิยามต่างกันและขึ้นกับอายุ สาเหตุ การกระตุ้น และตัวแปรจากห้องแล็บอย่างมาก ในชีวิตจริงสิ่งสำคัญคือความเป็นไปได้ต่อรอบและการสะสมโอกาสเมื่อทำหลายรอบที่วางแผนดี
โดยภาพรวม IUI มักมีโอกาสสำเร็จน้อยกว่า IVF แต่รุกล้ำน้อยกว่า นี่คือเหตุผลที่หลายคลินิกกำหนดจำนวนรอบที่เหมาะสม แล้วประเมินเพื่อเปลี่ยนไป IVF หรือ ICSI อย่างเป็นระบบ แทนการทำต่อแบบไม่มีแผน
ปัจจัยที่แรงที่สุดยังคงเป็นอายุ และสาเหตุก็สำคัญมาก หากท่อนำไข่ดีและตกไข่สม่ำเสมอ IUI อาจเหมาะ แต่หากมีปัญหาเชิงโครงสร้างหรือคุณภาพอสุจิลดลงมาก ประโยชน์ของ IUI จะจำกัดเร็ว
ทิปเรื่องจังหวะเวลาที่สำคัญจริง
- ตกลงตั้งแต่ต้นว่าคลินิกกำหนดการตกไข่อย่างไร ใช้ LH ใช้อัลตราซาวนด์ หรือใช้ trigger
- วางนัดติดตามให้สามารถปรับแผนได้รวดเร็วเมื่อจำเป็น
- หากกระตุ้นไข่ ต้องมีเกณฑ์ยกเลิกเมื่อฟอลลิเคิลมากเกินไปเพื่อคุมความเสี่ยงครรภ์แฝด
- ขอค่าหลังการเตรียมน้ำเชื้อ ไม่ใช่ดูแค่ค่าสเปิร์มก่อนเตรียม
- อย่าตื่นเต้นกับการตรวจเร็ว การเลือกวันตรวจสำคัญกว่าการตรวจถี่ๆ ตั้งแต่ยังเร็วเกินไป
ความเสี่ยงและความปลอดภัย
IUI โดยรวมถือว่าปลอดภัย ความเสี่ยงสำคัญมักไม่ได้มาจากสายสวนโดยตรง แต่เกิดจากกลยุทธ์และการติดตาม โดยเฉพาะเมื่อมีการกระตุ้นไข่
- ครรภ์แฝดเป็นความเสี่ยงหลักเมื่อกระตุ้นไข่ โดยเฉพาะถ้ามีฟอลลิเคิลโตหลายใบ
- การติดเชื้อหรือการระคายเคืองหลังผ่านสายสวนพบได้น้อย
- เลือดออกเล็กน้อยหรือปวดหน่วง มักเป็นช่วงสั้นๆ
- ความเครียดและภาระทางใจจากการทำหลายรอบและช่วงรอผล
แนวทางเวชปฏิบัติด้านภาวะมีบุตรยากในไทยที่จัดทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขสามารถดูได้ที่ แนวทางเวชปฏิบัติภาวะมีบุตรยาก ฉบับ พ ศ. 2566
ค่าใช้จ่าย IUI ในประเทศไทย: อะไรทำให้ราคาแตกต่าง
ค่าใช้จ่ายขึ้นกับว่าทำในรอบธรรมชาติหรือใช้การกระตุ้น ต้องติดตามถี่แค่ไหน และมีการใช้น้ำเชื้อบริจาคหรือไม่ สำหรับการวางแผนงบประมาณ ไม่ได้สำคัญที่ตัวเลขเดียว แต่สำคัญที่ว่าคลินิกรวมอะไรไว้ในแพ็กเกจ และอะไรคิดเพิ่ม
- ค่าบริการแพทย์และการติดตามด้วยอัลตราซาวนด์ ตามจำนวนครั้งที่ต้องมาตรวจ
- ค่าห้องปฏิบัติการ การเตรียมน้ำเชื้อและการบันทึกค่าหลังการเตรียม
- ค่ายา เฉพาะเมื่อมีการกระตุ้นหรือใช้ trigger
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และในบางกรณีค่าจัดการน้ำเชื้อบริจาคและโลจิสติกส์
เพื่อให้เห็นภาพราคาในไทย ตัวอย่างแพ็กเกจจากโรงพยาบาลเอกชนระบุช่วงราคาขึ้นกับยาและบริการประกอบได้ที่ BNH Hospital
กรอบกฎหมายในประเทศไทยเมื่อทำ IUI ด้วยน้ำเชื้อบริจาค
เมื่อใช้น้ำเชื้อบริจาค เรื่องการบันทึกข้อมูล การให้ความยินยอม และการตรวจสอบย้อนกลับมีความสำคัญมาก ควรถามให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าเก็บข้อมูลอะไรไว้บ้าง เก็บนานแค่ไหน ใครเข้าถึงได้ และในอนาคตเด็กจะมีสิทธิ์รับรู้ข้อมูลในระดับใด กรอบทางกฎหมายในไทยอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ พ ศ. 2558 ซึ่งเอกสารจากกระทรวงสาธารณสุขสามารถดูได้ที่ กระทรวงสาธารณสุข
เมื่อไรควรเปลี่ยนจาก IUI ไป IVF หรือ ICSI
การเปลี่ยนวิธีมักเหมาะเมื่อเงื่อนไขของ IUI ไม่เสถียร หรือเมื่อทำหลายรอบที่วางแผนดีแล้วยังไม่สำเร็จ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนครั้ง แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละรอบ
- ค่าหลังการเตรียมน้ำเชื้อไม่เอื้อซ้ำๆ
- จังหวะเวลายังคลาดเคลื่อนซ้ำ แม้ติดตามแล้ว แต่ยังวางแผนไม่ได้ดี
- อายุหรือข้อจำกัดด้านเวลาเอื้อให้เลือกวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่า
- สงสัยปัจจัยจากท่อนำไข่หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ที่ซับซ้อนกว่า
- ทำหลายรอบแบบมีโครงสร้างแล้วไม่ตั้งครรภ์ และมีการประเมินผลระหว่างทางชัดเจน
ในทางปฏิบัติการมีแผนที่กำหนดไว้ล่วงหน้าช่วยได้มาก เช่น วางไว้สามถึงสี่รอบพร้อมเกณฑ์ชัดเจน แล้วค่อยเปลี่ยนไป IVF หรือ ICSI อย่างเป็นระบบ
ความเชื่อผิดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ IUI
- ความเชื่อผิด IUI ได้ผลพอๆ กับ IVF ข้อเท็จจริง IUI มักมีโอกาสสำเร็จน้อยกว่า IVF แต่รุกล้ำน้อยกว่า
- ความเชื่อผิด กระตุ้นมากขึ้นแปลว่าได้ผลดีขึ้นเสมอ ข้อเท็จจริง การกระตุ้นมากเกินไปเพิ่มความเสี่ยงครรภ์แฝด ไม่ได้ทำให้โอกาสมีทารกเกิดมีชีพเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
- ความเชื่อผิด สายสวนเป็นตัวตัดสินความสำเร็จ ข้อเท็จจริง จังหวะเวลาและคุณภาพการเตรียมน้ำเชื้อมักสำคัญกว่า
- ความเชื่อผิด หลัง IUI ต้องนอนนิ่งๆ เท่านั้น ข้อเท็จจริง ส่วนใหญ่ทำกิจวัตรได้ตามปกติถ้าแพทย์ไม่ได้ห้าม
- ความเชื่อผิด ถ้ารอบนี้ไม่ติดแปลว่าไม่มีทางสำเร็จ ข้อเท็จจริง IUI เป็นการรักษาแบบอาศัยความน่าจะเป็น รอบเดียวบอกโอกาสรวมได้ไม่มาก
เช็กลิสต์สำหรับคุยกับคลินิกมีบุตรยาก
- สาเหตุหลักคืออะไร และทำไม IUI จึงเป็นก้าวที่เหมาะสำหรับเรา
- ทำรอบธรรมชาติหรือกระตุ้น และมีเกณฑ์ยกเลิกเมื่อฟอลลิเคิลมากเกินไปอย่างไร
- คลินิกกำหนดจังหวะตกไข่อย่างไร และใช้ช่วงเวลานัดแบบใด
- บันทึกค่าหลังการเตรียมน้ำเชื้ออะไรบ้าง และตีความอย่างไร
- วางแผนกี่รอบ และเมื่อไรจะประเมินผลระหว่างทาง
- ค่าใช้จ่ายต่อรอบรวมการติดตาม แล็บ ยา และรายการเพิ่มเติมเป็นอย่างไร
- หากใช้น้ำเชื้อบริจาค มีเอกสารและระบบตรวจสอบย้อนกลับอย่างไร
สรุป
IUI เป็นวิธีที่ใช้กันมากและโดยทั่วไปทนได้ดี เมื่อท่อนำไข่เปิดโล่ง มีการตกไข่ และตัวแปรจากแล็บเหมาะสม หัวใจคือจังหวะเวลาที่แม่น การเตรียมน้ำเชื้อที่เป็นมาตรฐาน การจัดการความเสี่ยงอย่างระมัดระวังเมื่อมีการกระตุ้น และแผนเป็นขั้นเป็นตอนที่ชัดเจน ผู้ที่ประเมินโอกาสแบบสมจริง และเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายกับเอกสารตั้งแต่ต้น มักตัดสินใจได้สงบกว่าและลดการเสียรอบโดยไม่จำเป็น





