เลือดในปัสสาวะหมายถึงอะไร
เลือดในปัสสาวะทางการแพทย์เรียกว่า hematuria หรือภาวะมีเลือดปนในปัสสาวะ โดยจะแยกระหว่างเลือดที่มองเห็นได้ เมื่อปัสสาวะดูชมพู แดง หรือสีน้ำตาล กับเลือดที่มองไม่เห็นซึ่งพบได้เฉพาะในผลตรวจปัสสาวะ
สิ่งสำคัญคือ สีเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัย สีแดงหรือสีน้ำตาลอาจเกิดจากอาหาร สีผสมอาหาร ยา หรือการปนเปื้อนของตัวอย่างได้ ในทางกลับกัน เลือดที่มองไม่เห็นอาจมีความสำคัญทางการแพทย์แม้ว่าปัสสาวะจะดูปกติก็ตาม
ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าเลือดมาจากปัสสาวะจริง หรือใกล้เคียงกับอสุจิมากกว่า บทความของเราเรื่อง เลือดในอสุจิ ก็ช่วยได้
ก้าวแรก รู้ไว้ แต่ไม่ต้องมองข้าม
NHS แนะนำให้ตรวจเลือดในปัสสาวะอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เหตุผลนั้นตรงไปตรงมา เราต้องการแยกสาเหตุที่ไม่อันตรายออกจากสาเหตุที่รุนแรงกว่า ก่อนที่จะปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ NHS: Blood in urine
สำหรับคุณแล้วหมายความว่า ให้ใจเย็นไว้ แต่ไม่ควรรอว่ามันจะหายไปเองหรือแย่ลงก่อนค่อยทำอะไร
สาเหตุที่พบบ่อย
เลือดในปัสสาวะเป็นอาการ ไม่ใช่การวินิจฉัย สาเหตุที่พบบ่อยขึ้นอยู่กับว่ามีอาการปวด แสบ ไข้ หรือปวดสีข้างร่วมด้วยหรือไม่
- การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มักมีอาการแสบเวลาปัสสาวะและปัสสาวะบ่อย
- นิ่วในไตหรือท่อไต มักมีอาการปวดสีข้างรุนแรงเป็นพัก ๆ
- การระคายเคืองหรือบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น หลังออกแรงมากหรือการเสียดสีทางกล
- การอักเสบของต่อมลูกหมากหรือกระเพาะปัสสาวะ
- ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอาจทำให้เลือดออกเห็นชัดขึ้น
- โรคของไต โดยเฉพาะเมื่อมีโปรตีนในปัสสาวะ บวม หรือค่าความดันโลหิตผิดปกติร่วมด้วย
- และในบางครั้งอาจเป็นความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะที่ต้องตรวจโดยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะอย่างเฉพาะเจาะจง
รายการนี้ตั้งใจให้ใช้งานได้จริง สิ่งสำคัญไม่ใช่การวินิจฉัยตัวเอง แต่คือให้อาการและสัญญาณเสี่ยงเป็นตัวบอกว่าควรรีบแค่ไหน ถ้ามีเลือดร่วมกับอาการแสบ ปัสสาวะบ่อย หรือมีปัญหาหลังมีเพศสัมพันธ์ บทความ กระเพาะปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์ ก็อาจเหมาะกว่า
สัญญาณเตือนที่ควรรีบจัดการ
บางสถานการณ์สำคัญเป็นพิเศษ เพราะอาจบ่งชี้สาเหตุที่รุนแรงกว่า หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน
- เลือดในปัสสาวะแต่ไม่มีอาการปวด โดยเฉพาะถ้าเกิดซ้ำ
- มีลิ่มเลือดในปัสสาวะ หรือถ่ายปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะได้ยาก
- ไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกป่วยชัดเจน
- ปวดสีข้างรุนแรง คลื่นไส้ หรืออาเจียน
- ตั้งครรภ์ ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีประวัติโรคไตสำคัญ
- มีเลือดในปัสสาวะครั้งแรกในวัยมากขึ้น หรือมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น การสูบบุหรี่
โดยเฉพาะ hematuria ที่มองเห็นได้และไม่เจ็บ ถูกมองว่าเป็นสัญญาณเตือนในแนวทางระบบทางเดินปัสสาวะและแหล่งข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจพบได้ในเนื้องอกของทางเดินปัสสาวะ แม้ว่าการติดเชื้อและนิ่วจะพบบ่อยกว่ามาก. EAU: Diagnostic evaluation ในมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
ทำไมแพทย์จึงแยกดูเลือดที่เห็นได้กับเลือดที่มองไม่เห็นต่างกัน
เลือดที่เห็นได้ในปัสสาวะมักถูกตรวจละเอียดกว่า เพราะโอกาสของสาเหตุที่มีความสำคัญทางคลินิกสูงกว่า เลือดที่มองไม่เห็นอาจพบได้บ่อยมากและมีสาเหตุที่ไม่อันตรายหลายแบบ แต่ก็ยังต้องประเมินอย่างเป็นระบบตามระดับความเสี่ยง
ตรงนี้เองที่คำแนะนำสมัยใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ทุกคนต้องได้รับการตรวจในระดับเดียวกัน แต่ควรตรวจให้เหมาะกับความเสี่ยง แนวทางล่าสุดของ AUA/SUFU สำหรับ microhematuria ให้นิยามผลด้วยการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ต้องซักประวัติคู่กับความดันโลหิตและครีอะตินิน และในกลุ่มความเสี่ยงต่ำมักแนะนำให้ตรวจปัสสาวะซ้ำก่อน แทนที่จะทำ cystoscopy หรือ imaging ทันที. AUA/SUFU: Microhematuria Guideline
การตรวจโดยทั่วไปเป็นอย่างไร
ในทางปฏิบัติ มักเริ่มจากพื้นฐานที่ชัดเจนเสมอ เป้าหมายคือแยกการติดเชื้อ นิ่ว แนวโน้มเลือดออก และสัญญาณของโรคไตหรือทางเดินปัสสาวะออกจากกัน
- คุยเรื่องอาการ ระยะเวลา การเป็นซ้ำ ยา การออกแรง และประวัติเดิม
- ตรวจปัสสาวะ และถ้าจำเป็นอาจเพาะเชื้อ เพื่อหาหรือ排除การติดเชื้อ
- ตรวจเลือดตามสถานการณ์ เช่น ตัวชี้วัดการอักเสบ และค่าการทำงานของไต
- การถ่ายภาพ ส่วนใหญ่มักเริ่มด้วยอัลตราซาวนด์ และอาจมีวิธีอื่นเพิ่มในบางกรณี
- ในสถานการณ์เสี่ยงหรือมี hematuria แบบเห็นได้ต่อเนื่อง อาจต้องตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึง cystoscopy
สาเหตุที่มักพิจารณาร่วมกันระหว่าง imaging และ cystoscopy ใน hematuria ที่มองเห็นได้ อธิบายไว้ดีในบททบทวนวิชาการ หากดูตามความเสี่ยง อัลตราซาวนด์ CT หรือการใช้ร่วมกันอาจเหมาะสม. PMC: Visible haematuria and diagnostic evaluation
ระหว่างรอตรวจ คุณทำอะไรได้บ้าง
ก่อนที่จะได้รับการประเมินทางการแพทย์ บ่อยครั้งว่ายิ่งทำน้อยยิ่งดี เป้าหมายคือเฝ้าดูอาการอย่างดีโดยไม่ทำอะไรเสี่ยง ๆ ด้วยตัวเอง
- จดไว้ว่ามันเริ่มเมื่อไร รุนแรงแค่ไหน และมีอาการปวด ไข้ หรือแสบร่วมด้วยหรือไม่
- ดื่มน้ำตามปกติ แต่อย่ามากเกินไป และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ถ้าคุณรู้สึกไม่สบาย
- ถ้าคุณกินยาละลายลิ่มเลือด อย่าหยุดเอง ให้คุยกับแพทย์ก่อน
- ถ้ามีอาการปวดรุนแรง ไข้ หรือปัญหาระบบไหลเวียนเลือด ควรไปขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
แพทย์มักแคบหาสาเหตุอย่างไร
เลือดในปัสสาวะไม่ได้ดูจากรูปลักษณ์อย่างเดียว แต่ดูจากรูปแบบโดยรวม การรวมกันของอาการปวด ไข้ แสบ ลิ่มเลือด การออกแรง ยา และอาการร่วม มักบอกอะไรได้มากกว่าสีของปัสสาวะเอง
- แสบ ปัสสาวะบ่อย และปวดท้องน้อย มักชี้ไปที่การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- อาการปวดสีข้างเป็นพัก ๆ รุนแรง มักสอดคล้องกับนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
- ลิ่มเลือดหรือเลือดที่มองเห็นได้โดยไม่ปวด ทำให้การตรวจระบบทางเดินปัสสาวะสำคัญเป็นพิเศษ
- โปรตีนในปัสสาวะ บวม หรือความดันโลหิตผิดปกติ ชวนให้นึกถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องของไต
- ยาละลายลิ่มเลือดอาจทำให้เลือดออกเห็นชัดขึ้น แต่ไม่ได้อธิบายแหล่งที่มาโดยอัตโนมัติ
- หลังออกกำลังกายหนัก หลังมีเพศสัมพันธ์ หลังบาดเจ็บ หรือหลังทำหัตถการ อาการอาจเป็นชั่วคราว แต่ก็ยังต้องตีความอย่างถูกต้อง
สถานการณ์พิเศษที่ควรดูให้ละเอียดขึ้น
มีบางสถานการณ์ที่ควรดูเลือดในปัสสาวะอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้ว่าอาการตอนแรกจะดูไม่มาก
- ในช่วงตั้งครรภ์ ควรหาคำอธิบายของเลือดในปัสสาวะให้ชัดเจนโดยเร็ว
- ในเด็กและวัยรุ่น ต้องคำนึงถึงสาเหตุจากไต การติดเชื้อ และสาเหตุแต่กำเนิดหรือภูมิคุ้มกันที่พบได้น้อยกว่า
- ถ้าพบซ้ำ สิ่งนั้นสำคัญกว่าการเกิดขึ้นครั้งเดียวและไม่เกิดอีก
- ถ้าเพิ่งใส่สายสวน ทำ cystoscopy หรือหัตถการทางระบบทางเดินปัสสาวะอื่น ๆ มาไม่นาน การแปลผลอาจต่างออกไป
- ถ้าอาการหลังการติดเชื้อไม่หายไปชัดเจน ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นเพียงการระคายเคืองค้างอยู่
โดยเฉพาะเลือดที่เห็นได้ซ้ำ ๆ หรือเลือดที่ไม่มีอาการปวด ไม่ควรถูกมองข้ามว่าไม่สำคัญ เพราะในแนวทางและเอกสารสำหรับผู้ป่วยถือเป็นสัญญาณเตือนโดยเจตนา
เวลาพบแพทย์ ควรบอกอะไรบ้าง
ยิ่งคุณอธิบายลำดับเหตุการณ์ได้ชัดเท่าไร สาเหตุก็ยิ่งแคบลงได้เร็วเท่านั้น นี่ไม่ใช่รายละเอียดเล็ก ๆ แต่เป็นส่วนที่สำคัญมากของการประเมินครั้งแรก
- เริ่มมีเลือดตั้งแต่เมื่อไร และเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือพบแค่ในผลตรวจ
- มีอาการปวด แสบ ไข้ ปัสสาวะบ่อย ปวดสีข้าง หรือลิ่มเลือดหรือไม่
- ก่อนหน้านั้นมีการออกกำลังกายหนัก มีเพศสัมพันธ์ ได้รับบาดเจ็บ หรือทำหัตถการหรือไม่
- คุณใช้ยาอะไรอยู่ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด แอสไพริน หรือยาที่อาจเพิ่มการเลือดออก
- เคยมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต โรคไต หรืออาการคล้ายกันมาก่อนหรือไม่
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบมาก่อนหรือไม่ เพราะสิ่งนี้อาจเปลี่ยนโปรไฟล์ความเสี่ยง
ความเชื่อผิด ๆ และข้อเท็จจริง
- ความเชื่อผิด: เลือดในปัสสาวะคือมะเร็งเสมอ ข้อเท็จจริง: บ่อยครั้งเกิดจากการติดเชื้อหรือนิ่ว แต่ก็ยังต้องตรวจเพราะอาจมีสาเหตุรุนแรงได้
- ความเชื่อผิด: ถ้าไม่เจ็บก็ไม่มีปัญหา ข้อเท็จจริง: โดยเฉพาะ hematuria ที่มองเห็นได้และไม่เจ็บ แพทย์จะให้ความสำคัญมาก เพราะมันเกิดขึ้นได้โดยไม่มีอาการปวด
- ความเชื่อผิด: ถ้าเกิดครั้งเดียวก็ข้ามไปได้ ข้อเท็จจริง: เหตุการณ์ครั้งเดียวอาจไม่รุนแรง แต่ก็เป็นเหตุผลให้ตรวจอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยเสี่ยงหรือมันกลับมาอีก
- ความเชื่อผิด: ดื่มน้ำเยอะ ๆ จะล้างปัญหาได้แน่นอน ข้อเท็จจริง: การดื่มน้ำพอเหมาะอาจช่วยในกรณีระคายเคืองเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ตัวแทนของการวินิจฉัยเมื่อมีเลือดในปัสสาวะ
- ความเชื่อผิด: สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือกีฬา ข้อเท็จจริง: เลือดในปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการออกแรงเกิดขึ้นได้ แต่ควรคิดถึงเมื่อสาเหตุอื่นถูกตัดออกแล้ว
- ความเชื่อผิด: ยาละลายลิ่มเลือดเป็นสาเหตุ ดังนั้นไม่สำคัญ ข้อเท็จจริง: ยาเหล่านี้อาจทำให้เลือดออกเห็นชัดขึ้น แต่ไม่ได้อธิบายแหล่งที่มาโดยอัตโนมัติ
- ความเชื่อผิด: ตรวจปัสสาวะปกติก็พอเสมอ ข้อเท็จจริง: ตามความเสี่ยงและอาการ อาจต้องมีขั้นตอนเพิ่มเติมที่เหมาะกับอาการและโปรไฟล์ความเสี่ยง
- ความเชื่อผิด: ถ้าสีปัสสาวะเปลี่ยนหลังอาหาร แปลว่าไม่ต้องห่วง ข้อเท็จจริง: อาหารหรือยาอาจทำให้สีเปลี่ยน แต่ hematuria จริงยังต้องแยกให้ชัด
- ความเชื่อผิด: เลือดหลังออกกำลังกายไม่เป็นอันตรายเสมอ ข้อเท็จจริง: การออกแรงอาจเป็นสาเหตุได้ แต่จะยอมรับได้ก็ต่อเมื่อประเมินดีแล้วและไม่มีสัญญาณเตือน
- ความเชื่อผิด: ถ้าเกิดครั้งเดียวแบบไม่เจ็บก็ไม่ต้องไปหาหมอ ข้อเท็จจริง: เลือดที่มองเห็นได้และไม่เจ็บไม่ควรถูกมองข้าม
สรุป
เลือดในปัสสาวะมักมีคำอธิบายได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้ามเฉย ๆ แนวทางที่ถูกคือใจเย็นแต่ไม่เฉื่อย คือทำความเข้าใจเรื่องนี้ ให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือน และไปตรวจตามเวลา ถ้าเลือดเกิดซ้ำหรือมองเห็นได้ชัด




