คอมมูนิตี้สำหรับการบริจาคอสุจิแบบส่วนตัว การเป็นพ่อแม่ร่วม และการผสมเทียมที่บ้าน — สุภาพ ตรงไปตรงมา และเป็นส่วนตัว

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
ฟิลิป มาร์กซ์

การฝังตัว: เกิดเมื่อไหร่ ใช้เวลากี่วัน และอาการแบบไหนที่เป็นไปได้จริง

การฝังตัวเป็นหนึ่งในหัวข้อที่คนค้นหามากที่สุดในช่วงรอผลหลังไข่ตก หลายคนอยากรู้ว่าเร็วที่สุดจะเกิดเมื่อไหร่ รู้สึกได้ไหม ใช้เวลานานแค่ไหน และควรตรวจเมื่อไหร่ถึงจะมีความหมาย บทความนี้สรุปแบบแพทย์เข้าใจง่าย ไม่พูดเกินจริง มีกรอบเวลาให้ยึดได้จริง อธิบายความเข้าใจผิดที่พบบ่อย และให้แนวทางที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

อัลตราซาวนด์ระยะแรกของการตั้งครรภ์เป็นภาพสื่อถึงการตรวจการตั้งครรภ์ในระยะแรกมาก

การฝังตัวหมายถึงอะไร

การฝังตัว หรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า nidation คือกระบวนการที่ตัวอ่อนระยะแรกเกาะและแทรกตัวเข้าไปในเยื่อบุโพรงมดลูก ช่วงนี้ชั้นเซลล์ด้านนอกของตัวอ่อนซึ่งเรียกว่าโทรโฟบลาสต์จะเป็นพื้นฐานของรกในอนาคต และเริ่มสร้างการเชื่อมต่อกับระบบหล่อเลี้ยงของแม่ เมื่อกระบวนการฝังตัวเริ่มจริง ฮอร์โมนการตั้งครรภ์ hCG จึงค่อยเพิ่มขึ้นจนตรวจพบได้อย่างมีความหมาย hCG ย่อมาจาก human chorionic gonadotropin แนวอธิบายเรื่องโทรโฟบลาสต์และฮอร์โมนจากรกมีสรุปแบบเรียนแพทย์ที่มหิดลไว้ด้วย มหิดล: ฮอร์โมนจากรกและช่วงต้นของการตั้งครรภ์

จุดสำคัญที่ควรรู้: การฝังตัวไม่ใช่เหตุการณ์ชั่ววูบเพียงครั้งเดียว แต่เป็นลำดับขั้นสั้น ๆ หลายขั้น ดังนั้นการสรุปจากอาการเดียวว่าฝังตัวแล้วหรือยัง แทบไม่แม่นยำ

การฝังตัวเกิดเมื่อไหร่

วิธีนับที่มีประโยชน์ที่สุดคืออ้างอิงจากวันไข่ตก หลังไข่ตก การปฏิสนธิจะเกิดได้ภายในช่วงเวลาจำกัด จากนั้นตัวอ่อนจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ ระหว่างการเคลื่อนจากท่อนำไข่เข้าสู่โพรงมดลูก จนถึงระยะบลาสโตซิสต์ที่สามารถเกาะเยื่อบุและเริ่มฝังตัวได้

กรอบเวลาคร่าว ๆ ที่มักใช้เป็นแนวทางคือประมาณวันที่ 6 ถึง 10 หลังไข่ตก นี่ไม่ใช่การรับประกัน แต่เป็นกรอบที่ช่วยให้ไม่ตรวจเร็วเกินไป และไม่ตีความทุกความรู้สึกในท้องว่าเป็นหลักฐาน ในตำราและเอกสารสูติของไทยมักอธิบายว่าการเริ่มฝังตัวเริ่มได้ราว 5 ถึง 7 วันหลังปฏิสนธิ และกระบวนการรวม ๆ กินเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ จุฬาฯ สูติ: บทการฝังตัวของตัวอ่อน

ไทม์ไลน์จากไข่ตกถึงการฝังตัวเพื่อใช้เป็นแนวทาง

  • วัน 0: ไข่ตก เป็นจุดเริ่มต้นของการนับ
  • วัน 1 ถึง 3: ตัวอ่อนเริ่มแบ่งเซลล์ระหว่างการเคลื่อนตัว
  • วัน 4 ถึง 6: พัฒนาไปสู่ระยะที่สามารถเกาะเยื่อบุได้
  • วัน 6 ถึง 10: ช่วงที่พบได้บ่อยสำหรับการเริ่มฝังตัว

ถ้าไข่ตกช้ากว่าที่คิด ทุกอย่างก็จะเลื่อนไปช้าตาม นี่เป็นเหตุผลที่พบบ่อยมากว่าทำไมตรวจเร็วแล้วขึ้นลบ แต่ต่อมาจึงขึ้นบวก

เร็วที่สุดการฝังตัวเกิดได้เมื่อไหร่

หลายคนอยากได้คำตอบเป็นตัวเลขวันเดียวที่เร็วที่สุด ในทางปฏิบัติ การฝังตัวที่เร็วมากหลังไข่ตกถูกจำกัดทางชีววิทยา เพราะตัวอ่อนต้องใช้เวลาพัฒนาจนถึงระยะที่เกาะและแทรกตัวได้ก่อน ดังนั้นช่วงที่เร็วมากทันทีหลังไข่ตกมักไม่ค่อยสมเหตุสมผล

สิ่งที่ใช้ได้จริงมากกว่า คือการประเมินวันไข่ตกให้แม่นขึ้น และเข้าใจว่า hCG จะเริ่มเพิ่มขึ้นหลังเริ่มฝังตัว คนที่ตรวจเร็วมากมักแปลผลผิด เพราะจริง ๆ คือ hCG ยังไม่สูงพอ

การฝังตัวใช้เวลากี่วัน

กระบวนการฝังตัวเกิดเป็นขั้น ๆ หลายแหล่งอธิบายว่าแกนหลักของการเกาะและแทรกตัวกินเวลาประมาณ 1 ถึง 2 วัน แต่ภาพรวมตั้งแต่ตัวอ่อนมาถึงโพรงมดลูกจนยึดเกาะมั่นคงขึ้น อาจกินเวลาหลายวัน ในเนื้อหาเชิงการสอนของไทยมักอธิบายว่าช่วงตั้งแต่ปฏิสนธิถึงฝังตัวรวม ๆ ประมาณ 7 วัน มหิดล: ไทม์ไลน์ช่วงต้น

สำหรับคุณ สิ่งสำคัญไม่ใช่กี่ชั่วโมงเป๊ะ แต่คือผลต่อการตรวจ: แม้เริ่มฝังตัวแล้ว ก็ยังอาจต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าที่ hCG ในปัสสาวะจะตรวจพบได้อย่างเชื่อถือได้

ถ้าคุณค้นคำว่า implant, implantation, nidation, ฝังตัว, ตัวอ่อนฝังตัว หรือไข่ฝังตัว โดยมากหมายถึงเรื่องเดียวกัน คือกระบวนการที่ตัวอ่อนเกาะเยื่อบุโพรงมดลูก

hCG จะเพิ่มขึ้นหลังการฝังตัวเท่านั้นหรือไม่

hCG ถูกสร้างจากเซลล์ที่พัฒนาไปเป็นส่วนหนึ่งของรกในระยะแรก ในทางคลินิก hCG จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังเริ่มฝังตัว ดังนั้นชุดตรวจปัสสาวะที่ตรวจเร็วมากจึงมักขึ้นลบ ทั้งที่ยังอาจตั้งครรภ์ได้ ข้อนี้อธิบายไว้ในเอกสารแนว NHS เช่นกัน NHS: Pregnancy Test BhCG

การตรวจเลือดสามารถตรวจพบ hCG ได้เร็วกว่าชุดตรวจปัสสาวะ แต่ก็ยังขึ้นกับจังหวะเวลาอยู่ดี สำหรับคนส่วนใหญ่ วิธีที่ใช้งานจริงที่สุดคือเริ่มตรวจในวันประจำเดือนควรมาหรือหลังจากนั้น และถ้ายังไม่มาให้เว้นระยะแล้วตรวจซ้ำ แนวทางแบบเข้าใจง่ายมีอยู่ที่นี่ NHS: Doing a pregnancy test

อาการฝังตัวและสัญญาณต่าง ๆ อะไรที่เป็นไปได้จริง

หลายคนไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้ามีอาการ มักจะเบาและไม่จำเพาะ ตรงนี้เองที่ทำให้เกิดการค้นหาอย่าง อาการตัวอ่อนฝังตัว, อาการไข่ฝังตัวที่มดลูก, จะรู้ได้ไงว่าตัวอ่อนฝังตัว หรือ implantation คืออะไร มุมมองที่ถูกต้องคือ อาการเหล่านี้อาจเกิดได้ แต่ไม่สามารถแทนการตรวจที่จับจังหวะถูกต้องได้

อาการที่มักถูกพูดถึงว่าอาจพบได้

  • หน่วง ๆ หรือรู้สึกตึงหรือกดดันบริเวณท้องน้อย
  • เหมือนปวดบิดเป็นพัก ๆ ชั่วคราว
  • คัดตึงเต้านม
  • อ่อนเพลีย
  • มีเลือดออกกะปริดกะปรอยเล็กน้อย

ทำไมอาการเหล่านี้ไม่ใช่หลักฐานยืนยัน

  • อาการคล้ายกันอาจเกิดก่อนมีประจำเดือนได้
  • ความเครียด นอนน้อย และระบบทางเดินอาหารทำให้ความรู้สึกท้องน้อยเปลี่ยนได้
  • การตั้งครรภ์ที่ปกติจำนวนมากเริ่มต้นโดยไม่มีอาการชัดเจน

ปวดท้องน้อยหรือปวดข้างเดียวที่สงสัยว่าเป็นอาการฝังตัว

หลายคนค้นว่า ปวดท้องน้อยฝังตัว หรือปวดท้องน้อยข้างเดียว อาการหน่วงเล็กน้อยอาจพบได้ แต่เป็นอาการที่ไม่จำเพาะ ความรู้สึกข้างเดียวไม่ได้แปลว่าอันตรายทันที แต่ถ้าร่วมกับอาการปวดมากหรือเวียนหัว อาจมีความสำคัญทางการแพทย์

ถ้าปวดรุนแรง ปวดเพิ่มขึ้น ปวดแปลบข้างเดียวชัด หรือมีอาการหน้ามืด เวียนหัว เป็นลม หรือมีเลือดออกมาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ในระยะเริ่มแรกก็เพื่อไม่ให้พลาดสาเหตุที่พบไม่บ่อยแต่สำคัญ เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก แหล่งสรุปความรู้แพทย์ของไทยมีหัวข้อการตั้งครรภ์นอกมดลูกไว้เป็นระบบ คณะแพทย์ มช.: การตั้งครรภ์นอกมดลูก

ผู้หญิงจับท้องน้อยเป็นสัญลักษณ์ของอาการหน่วงที่ไม่จำเพาะในช่วงต้นของรอบเดือน
อาการหน่วงเล็กน้อยอาจพบได้ แต่ไม่จำเพาะ ความชัดเจนมักมาจากแนวโน้มของอาการ จังหวะเวลา และแผนการตรวจที่เหมาะสม

อุณหภูมิพื้นฐานร่างกายกับการฝังตัว

เรื่องอุณหภูมิพื้นฐานร่างกายมีคำถามเยอะ เพราะหลายคนเฝ้าดูกราฟในช่วงรอผล อุณหภูมิที่สูงขึ้นหลังไข่ตกส่วนใหญ่สะท้อนผลของโปรเจสเตอโรน และช่วยยืนยันมากกว่าว่าเกิดไข่ตกแล้ว

บางคนตีความยอดเล็ก ๆ หรือการสูงขึ้นเพิ่มอีกนิดว่าเป็นสัญญาณฝังตัว แต่โดยรวมไม่แม่นยำ เพราะกราฟถูกรบกวนได้จากการนอน อุณหภูมิห้อง เวลาในการวัด และปัจจัยอื่น การติดตามอุณหภูมิจะมีประโยชน์กว่าเมื่อดูเป็นรูปแบบหลายรอบเดือน ไม่ใช่ใช้เป็นหลักฐานของการฝังตัวครั้งเดียว

เลือดฝังตัว: เกิดเมื่อไหร่ นานแค่ไหน สีเป็นแบบไหน

เลือดออกกะปริดกะปรอยช่วงต้นของการตั้งครรภ์มักถูกเรียกว่าเลือดฝังตัว ในภาษาไทยบางคนเรียกเลือดล้างหน้าเด็ก อาจเกิดได้แต่ไม่จำเป็นต้องเกิด ลักษณะมักเป็นปริมาณน้อยมาก บางครั้งเห็นแค่ตอนเช็ด สีอาจออกน้ำตาลอ่อนหรือชมพู และการตั้งครรภ์จำนวนมากเริ่มต้นโดยไม่มีเลือดออกเลย แหล่งข้อมูลไทยบางแห่งสรุปว่าเลือดฝังตัวมักสั้น ๆ ราว 1 ถึง 2 วัน และถ้านานหรือมากควรประเมินเพิ่มเติม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า: เลือดล้างหน้าเด็ก

เลือดฝังตัวนานแค่ไหน

  • มักเป็นแค่ไม่กี่ชั่วโมง
  • บางครั้งอาจนานได้ถึง 1 ถึง 2 วัน
  • โดยมากไม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบบประจำเดือนปกติ

มีเลือดกะปริดกะปรอยแต่ตรวจขึ้นลบ

ผลตรวจขึ้นลบหลังมีเลือดกะปริดกะปรอยไม่ได้แปลว่าจบเสมอ เพราะ hCG อาจยังต่ำเกินไป สิ่งสำคัญคือแนวโน้มของอาการและจังหวะเวลา ถ้าเลือดออกมากขึ้นหรือมีอาการปวดควรประเมินเพิ่มเติม แหล่งข้อมูลอธิบายเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์แบบเข้าใจง่ายมีที่นี่ NHS: Vaginal bleeding in pregnancy

เมื่อไหร่ถือว่าการฝังตัวเสร็จแล้ว

หลายคนค้นว่า เมื่อไหร่การฝังตัวเสร็จ หรือการฝังตัวสมบูรณ์ ในภาษาทั่วไปมักหมายถึงเมื่อไหร่การตั้งครรภ์จะนิ่งขึ้น หรือเมื่อไหร่ตรวจจะชัวร์ขึ้น ในทางการแพทย์ไม่มีจุดจบเป็นวันเดียวที่ตรวจเองที่บ้านแล้วบอกได้

สิ่งที่มีความหมายในทางปฏิบัติ คือหลังเริ่มฝังตัว hCG จะค่อย ๆ สูงขึ้น และผลตรวจจะมีโอกาสถูกต้องมากขึ้นในแต่ละวัน ถ้าต้องการความชัดเจน แผนการตรวจที่มีระยะห่างเหมาะสม และการไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ มักดีกว่าการพยายามคำนวณวันเสร็จของการฝังตัว

รอบเดือนสั้น เช่น 24 วัน การฝังตัวจะเลื่อนไหม

ถ้ารอบเดือนสั้น ช่วงหลังไข่ตกไม่ได้จำเป็นต้องสั้นตามเสมอ แต่บ่อยครั้งไข่ตกจะเกิดเร็วขึ้นในรอบเดือน ทำให้วันที่คาดว่าจะตรวจหรือวันที่ประจำเดือนควรมาเลื่อนเร็วขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม การฝังตัวยังอ้างอิงจากวันไข่ตก ไม่ใช่จากวันที่เริ่มมีประจำเดือน

ดังนั้นถ้าคุณมีรอบ 24 วัน คำถามสำคัญไม่ใช่ฝังตัววันที่เท่าไหร่ของรอบ แต่คือไข่ตกจริง ๆ เมื่อไหร่ ชุดตรวจการตกไข่และการดูรูปแบบหลายรอบเดือนมักช่วยได้มากกว่าการคำนวณครั้งเดียว

การฝังตัวเกิดช้ามากได้ไหม

คำค้นอย่าง การฝังตัวช้า มักเกิดจากการตรวจขึ้นบวกช้า หรือประจำเดือนเลื่อน ในหลายกรณีคำอธิบายไม่ได้เป็นการฝังตัวช้าสุดขั้ว แต่เป็นไข่ตกช้ากว่าที่คิด หรือการนับวันรอบเดือนคลาดเคลื่อน อีกทั้งชุดตรวจมีความไวต่างกัน และการเพิ่มของ hCG ในแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน

ถ้ารู้สึกว่าทุกอย่างช้าไปหมด วิธีที่ช่วยได้คือกลับไปตรวจสอบสมมติฐานเรื่องวันไข่ตกก่อน แล้วค่อยตรวจซ้ำโดยเว้นระยะ หากมีอาการรุนแรงให้เน้นพบแพทย์มากกว่าการคำนวณ

มีอะไรที่พอทำได้แบบมีเหตุผล

การฝังตัวไม่ใช่สิ่งที่เราบังคับให้เกิดได้โดยตรง สิ่งที่ทำได้จริงคือจับช่วงหน้าต่างเจริญพันธุ์ให้แม่นขึ้น และไม่ทำให้ร่างกายเครียดด้วยมาตรการสุดโต่ง แนวทางเวชปฏิบัติด้านภาวะมีบุตรยากมักเน้นเรื่องจังหวะเวลา พฤติกรรมสุขภาพ และการประเมินอย่างเป็นระบบ มากกว่าทริกหรือเคล็ดลับลัด NICE CG156: Fertility problems

พื้นฐานที่มีประโยชน์

  • จำกัดช่วงเจริญพันธุ์ด้วยชุดตรวจการตกไข่และการสังเกตรอบเดือน
  • วางแผนมีเพศสัมพันธ์ในช่วงก่อนและรอบ ๆ วันไข่ตก
  • งดบุหรี่ ลดหรือเลิกแอลกอฮอล์
  • ทานโฟลิกแอซิดก่อนตั้งครรภ์และช่วงเริ่มตั้งครรภ์

ออกกำลังกายในช่วงที่สงสัยว่ากำลังฝังตัวได้ไหม

การเคลื่อนไหวตามปกติและการออกกำลังกายระดับปานกลางโดยมากไม่เป็นปัญหา ถ้ารู้สึกสบายตัว การเดินหรือการออกกำลังเบา ๆ มักทำได้ สิ่งที่ควรเลี่ยงมักเป็นการออกกำลังหนักมาก ๆ ที่ทำให้เครียดและอ่อนเพลียมากกว่าเรื่องการฝังตัวเอง ถ้าคุณอยู่ระหว่างการรักษาอย่าง IVF ควรยึดคำแนะนำเฉพาะของคลินิกที่ดูแลคุณ

สรุป

การฝังตัวมักเริ่มหลายวันหลังไข่ตก และส่วนใหญ่ไม่สามารถรับรู้ได้ชัดเจน อาการต่าง ๆ และเลือดกะปริดกะปรอยอาจเกิดได้ แต่ไม่จำเพาะ ถ้าคุณยึดกรอบเวลาที่สมเหตุสมผล ไม่ตรวจเร็วเกินไป และไปพบแพทย์เมื่อมีเลือดออกผิดปกติหรือปวดมาก คุณจะได้ความชัดเจนมากขึ้นโดยไม่เพิ่มความเครียดเกินจำเป็น

ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหาใน RattleStork มีไว้เพื่อข้อมูลและการศึกษาโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือวิชาชีพ และไม่รับประกันผลลัพธ์ใด ๆ การใช้ข้อมูลนี้เป็นความเสี่ยงของผู้ใช้เอง ดู ข้อจำกัดความรับผิดฉบับเต็ม .

คำถามที่พบบ่อย

การฝังตัวคือกระบวนการที่ตัวอ่อนระยะแรกเกาะและแทรกตัวเข้าไปในเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นจุดเริ่มสำคัญของการตั้งครรภ์และการพัฒนาของรก

nidation เป็นคำทางการแพทย์ที่หมายถึงการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูก

มักใช้กรอบเป็นแนวทางประมาณ 6 ถึง 10 วันหลังไข่ตก และถ้าไข่ตกช้ากว่าที่คิด ไทม์ไลน์ทั้งหมดจะเลื่อนไปช้าตาม

การฝังตัวที่เร็วมากทันทีหลังไข่ตกมักไม่ค่อยสมเหตุสมผล เพราะตัวอ่อนต้องใช้เวลาพัฒนาหลายวันจนถึงระยะที่สามารถเกาะเยื่อบุได้

แกนหลักของการเกาะและแทรกตัวมักถูกอธิบายว่าประมาณ 1 ถึง 2 วัน แต่ภาพรวมตั้งแต่ตัวอ่อนมาถึงโพรงมดลูกจนยึดเกาะมั่นคงขึ้นอาจกินเวลาหลายวัน

โดยภาพรวม hCG จะเพิ่มขึ้นอย่างมีความหมายหลังเริ่มฝังตัว จึงทำให้การตรวจปัสสาวะที่เร็วมากมักขึ้นลบทั้งที่ยังอาจตั้งครรภ์ได้

ชุดตรวจปัสสาวะมักเชื่อถือได้มากขึ้นตั้งแต่วันประจำเดือนควรมาหรือหลังจากนั้น เพราะ hCG ต้องใช้เวลาสูงขึ้นหลังเริ่มฝังตัว การตรวจเร็วเกินไปเสี่ยงได้ผลลบลวง

โดยมากไม่แน่ชัด เพราะหลายคนไม่รู้สึกอะไร และอาการอย่างหน่วงท้องน้อย อ่อนเพลีย หรือคัดเต้านมก็เกิดได้ในรอบเดือนปกติโดยไม่ตั้งครรภ์

อาการหน่วงหรือเจ็บเล็กน้อยอาจพบได้ แต่ไม่จำเพาะ และอาจเกิดจากกระบวนการของรอบเดือน ระบบทางเดินอาหาร หรือความเครียดได้เช่นกัน

ปวดข้างเดียวอาจไม่อันตรายเสมอ แต่ถ้าปวดมากขึ้น ปวดแปลบชัด เวียนหัว เป็นลม หรือมีเลือดออกมาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน

ไม่แม่นยำ อุณหภูมิที่สูงขึ้นหลังไข่ตกส่วนใหญ่สะท้อนผลของโปรเจสเตอโรน และความผันผวนเล็ก ๆ มักถูกรบกวนจากปัจจัยอื่นมากเกินกว่าจะสรุปเรื่องการฝังตัวได้

เลือดฝังตัวคือเลือดออกเล็กน้อยช่วงต้นมากของการตั้งครรภ์ที่อาจเกิดร่วมกับการฝังตัวได้ แต่ไม่ได้พบเสมอและไม่ใช่หลักฐานยืนยัน

ถ้าเกิดขึ้น มักเป็นปริมาณน้อยมาก สีชมพูอ่อนหรือน้ำตาลอ่อน และมักอยู่ไม่นานตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงประมาณ 1 ถึง 2 วัน

เลือดที่ออกมากหรือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มักไม่เข้ากับลักษณะที่อธิบายว่าเป็นเลือดฝังตัว และถ้ามีอาการปวดมากหรือเวียนหัวควรประเมินโดยแพทย์

ไม่มีจุดเสร็จเป็นวันเดียวที่ตรวจเองที่บ้านแล้วบอกได้ ในทางปฏิบัติมักประเมินทางอ้อมจากการเพิ่มของ hCG และการที่ผลตรวจมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

สิ่งที่กำหนดคือวันไข่ตก ไม่ใช่วันของรอบเดือน ดังนั้นถ้าไข่ตกเร็วหรือช้า การฝังตัวก็จะเลื่อนตามวันไข่ตก

การฝังตัวช้ามากมักถูกสงสัยจากการตรวจขึ้นบวกช้า แต่บ่อยครั้งอธิบายได้ด้วยไข่ตกช้ากว่าที่คิด การนับวันคลาดเคลื่อน หรือความไวของชุดตรวจที่ต่างกัน

การออกกำลังกายระดับปานกลางมักทำได้ สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการฝืนออกกำลังหนักมากจนเครียดหรืออ่อนเพลียมาก และถ้าอยู่ระหว่าง IVF ให้ยึดคำแนะนำของคลินิกที่ดูแล

ถ้ามีเลือดออกมากหรือมากขึ้นเรื่อย ๆ ปวดท้องรุนแรงหรือปวดข้างเดียวชัด เวียนหัว เป็นลม มีไข้ หรือถ้าตรวจขึ้นบวกแล้วมีเลือดออก ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมิน

ดาวน์โหลดแอปบริจาคอสุจิ RattleStork ฟรี และค้นหาโปรไฟล์ที่ใช่ภายในไม่กี่นาที