สาเหตุและการแพร่เชื้อ
เชื้อก่อโรคคือแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis โจมตีเยื่อบุของท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ลำไส้ตรง และลำคอ การติดเชื้อเกิดเกือบทั้งหมดจาก การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวาร หรือปากโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ในระหว่างคลอด มารดาที่ติดเชื้ออาจส่งผ่านเชื้อสู่ทารก ทำให้เกิดตาอักเสบหรือปอดอักเสบ
อาการ : โรค “เงียบ” ที่ไม่ควรมองข้าม
ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า ราว 70–95 % ของผู้หญิง และ ประมาณ 50 % ของผู้ชาย จะไม่ปรากฏอาการใด ๆ หากมีอาการ มักเกิดหลังรับเชื้อ 1–3 สัปดาห์ ซึ่งเชื้ออาจแพร่กระจายไปแล้ว
อาการและผลกระทบในผู้หญิง
สัญญาณเริ่มต้น (อาจพบหรือไม่พบ):
- ตกขาวเปลี่ยนลักษณะ เป็นน้ำ/หนอง มีกลิ่นแรง
- เลือดออกระหว่างรอบเดือนหรือหลังมีเพศสัมพันธ์
- เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- แสบร้อนหรือปวดขณะปัสสาวะ
- ปวดท้องน้อยหรือปวดหลัง
ภาวะแทรกซ้อนหากไม่รักษา:
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID)
- ท่อนำไข่อักเสบ/อุดตัน
- ภาวะมีบุตรยาก (พบได้สูงถึง 40 % ในผู้ไม่ได้รับการรักษา)
- เสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูก คลอดก่อนกำหนด หรือแท้ง
อาการและผลกระทบในผู้ชาย
อาการเฉียบพลันที่พบได้:
- มีของเหลวใสหรือหนองออกจากท่อปัสสาวะ
- ปัสสาวะแสบหรือปวด
- อัณฑะหรือหลอดเก็บอสุจิบวมและเจ็บ
ภาวะแทรกซ้อน (พบไม่บ่อยแต่ควรระวัง):
- หลอดเก็บอสุจิอักเสบ
- ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือท่อปัสสาวะตีบ
- คุณภาพอสุจิลดลง → ภาวะเจริญพันธุ์ต่ำ
- ข้ออักเสบรีแอกทีฟ (Reiter)
แม้ไม่มีอาการ ผู้ชายก็สามารถแพร่เชื้อได้ ดังนั้น คู่รักต้องรักษาพร้อมกัน
ถ้าไม่รักษา เสี่ยงอะไรบ้าง?
- ปวดเชิงกรานหรือท้องน้อยเรื้อรัง
- ภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง / ความอุดมสมบูรณ์ลดลงในผู้ชาย
- ทารกแรกเกิดเสี่ยงตาอักเสบและปอดอักเสบ
การป้องกันที่ได้ผล
- ถุงยางอนามัย – ได้ผลสูงหากใช้ถูกวิธีและสม่ำเสมอ
- ตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ – CDC แนะนำให้ผู้หญิงอายุไม่เกิน 25 ปีตรวจปีละครั้ง หลังจากนั้นประเมินตามความเสี่ยง
- ลดจำนวนคู่นอน หรือกำหนดรอบตรวจร่วมกัน
- ทำความสะอาดเซ็กซ์ทอยทุกครั้ง หรือใช้ถุงยางใหม่หุ้ม
- หญิงตั้งครรภ์ควรตรวจคลามิเดียในไตรมาสแรก
ทำไม Doxycycline จึงแทนที่ Azithromycin
หนองในเทียมส่วนใหญ่รักษาหายด้วยยาปฏิชีวนะ แนวทางล่าสุดแนะนำให้ใช้ doxycycline ต่อเนื่อง 7 วัน แทนการรับประทาน azithromycin ครั้งเดียว งานวิจัยระบุว่าเชื้อดื้อ azithromycin เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และ doxycycline ได้ผลดีกว่า การดื้อยาในกลุ่มเตตราซัยคลินหรือแมคโครไลด์ยังพบไม่บ่อยนัก
การตรวจวินิจฉัย
วิธีตรวจหลัก
- NAAT/PCR – แม่นยำสูง รู้ผลภายใน 1–2 วัน
- ชุดตรวจเร็ว – รู้ผลภายใน 20 นาที แต่ความไวต่ำ เหมาะคัดกรองเบื้องต้น
ตัวอย่างที่ใช้
- ผู้หญิง: เก็บสารคัดหลั่งช่องคลอด หรือปัสสาวะช่วงแรกของเช้า
- ผู้ชาย: ปัสสาวะช่วงแรก; หากมีอาการให้เก็บสารคัดหลั่งจากท่อปัสสาวะ
ควรพบแพทย์เมื่อใด?
WHO กำหนดว่า หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน 12 เดือน (หรือ 6 เดือนหากอายุ > 35 ปี) แล้วไม่ตั้งครรภ์ ให้ถือว่าเป็น ภาวะมีบุตรยาก สาเหตุพบบ่อย ได้แก่ หนองในเทียมที่ไม่ได้รักษา ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และความผิดปกติของฮอร์โมน
- มีตกขาวผิดปกติ แสบร้อน หรือเลือดออกไม่ทราบสาเหตุ → ควรตรวจทันที
- เริ่มคู่นอนใหม่แต่ไม่รู้สถานะ STI → ทั้งคู่ควรเข้ารับการตรวจ
- ผลตรวจเป็นบวก → รักษาทั้งสองฝ่ายและงดมีเพศสัมพันธ์ 7 วัน
บทสรุป
หนองในเทียม พบได้บ่อย มักไร้อาการ แต่รักษาหายได้ง่าย การตรวจสม่ำเสมอ การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และรับยาปฏิชีวนะทันเวลา ช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะมีบุตรยากได้อย่างมาก ลงทุนดูแลสุขภาพทางเพศของคุณ — การป้องกันง่ายกว่าการรักษาผลเสียในระยะยาว

