อสุจิ กับ น้ำอสุจิ: คนละอย่างกัน
ในชีวิตประจำวันเรามักพูดรวบว่า “น้ำอสุจิ” แต่สิ่งที่ทำให้เกิดการปฏิสนธิจริง ๆ คือ “อสุจิ” ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์ ส่วน “น้ำอสุจิ” คือของเหลวที่พาอสุจิออกมาและช่วยปกป้องอสุจิช่วงสั้น ๆ
เวลาที่ถามว่าอสุจิอยู่นอกร่างกายได้กี่นาที มักมีจุดตัดสำคัญคือความชื้น เมื่อของเหลวแห้ง อสุจิมักหยุดเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และโดยทั่วไปแทบไม่เหลือความสามารถในการปฏิสนธิ
ปัจจัยหลักที่ทำให้อสุจิอยู่ได้นานหรือสั้น
คำถามดูหลากหลาย แต่คำตอบมักวนอยู่กับ 3 เรื่องเดิม คือความชื้น อุณหภูมิ และการไปถึงบริเวณปากมดลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม
- ความชื้น: อสุจิทนได้ดีกว่าเมื่อยังอยู่ในของเหลว พอแห้งก็มักหมดสภาพเร็ว
- สภาพแวดล้อม: มูกปากมดลูกใกล้วันไข่ตกช่วยพยุงอสุจิได้ดี แต่น้ำลาย สบู่ หรือสภาพที่ไม่เหมาะสมทำให้การเคลื่อนไหวลดลงเร็ว
- เส้นทางถึงปากมดลูก: ต่อให้อสุจิยัง “อยู่” ชั่วคราวภายนอก แต่ถ้าไม่ได้เข้าสู่ช่องคลอดและปากมดลูกในช่วงเจริญพันธุ์ โอกาสตั้งครรภ์ก็ต่ำมาก
การสร้างและการเก็บในร่างกายฝ่ายชาย
อสุจิถูกสร้างในอัณฑะและค่อย ๆ เจริญเต็มที่ในหลอดเก็บอสุจิ จากนั้นจึงถูกเก็บไว้ชั่วคราวก่อนการหลั่ง นี่เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ใช่การเก็บรักษาแบบยาวนาน
สำหรับการมีบุตร สิ่งที่มักสำคัญกว่าอายุการเก็บในร่างกายคือคุณภาพโดยรวม จังหวะเวลาในรอบเดือน และสภาพแวดล้อมในระบบสืบพันธุ์ของฝ่ายหญิง
อสุจิอยู่ได้กี่วัน: ช่วงเวลาที่พบบ่อยตามสภาพแวดล้อม
- ในช่องคลอดและบริเวณปากมดลูกช่วงเจริญพันธุ์: อยู่ได้สูงสุดประมาณ 5 วันในสภาวะที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อมีมูกปากมดลูกที่เอื้อต่ออสุจิ ภาพรวมเรื่องช่วงเจริญพันธุ์อ่านได้ที่ NHS
- ในโพรงมดลูกและท่อนำไข่: มักอยู่ได้ราว 2–5 วัน ขึ้นกับสภาพมูกปากมดลูกและปัจจัยทางภูมิคุ้มกัน
- ในช่องคลอดนอกช่วงเจริญพันธุ์: มักสั้นลงเหลือระดับชั่วโมง เพราะสภาพแวดล้อมโดยรวมเป็นกรดมากกว่า
- ในอากาศ บนผิวหนัง มือ เสื้อผ้า หรือผ้าปูที่นอน: โดยมากอยู่ได้จนกว่าจะแห้ง ซึ่งมักเกิดในไม่กี่นาที เมื่อแห้งแล้วอสุจิมักหมดสภาพ
- ในปากและน้ำลาย: มักอยู่ได้สั้นมาก ระดับวินาทีถึงไม่กี่นาที
- ในน้ำประปา สระว่ายน้ำ หรือทะเล: โดยทั่วไปสั้นมาก เพราะการเจือจาง ความแตกต่างของความเข้มข้นของเกลือ และในสระยังมีคลอรีน
- ในถุงยางหรือภาชนะรองหลั่งที่อุณหภูมิห้อง: ถ้ายังชื้น อสุจิอาจยังเคลื่อนไหวได้ช่วงหนึ่ง แต่คุณภาพลดลงตามเวลา และไม่ได้หมายความว่าโอกาสตั้งครรภ์จะเพิ่ม
- ตัวอย่างในห้องปฏิบัติการที่ควบคุมอุณหภูมิ: โดยหลักมักแนะนำให้ส่งตรวจหรือแปรรูปโดยไม่ชักช้า อ้างอิงมาตรฐานได้จาก WHO laboratory manual (2021)
- การแช่แข็งอสุจิแบบครายโอที่อุณหภูมิประมาณ −196°C: เป็นการเก็บระยะยาวในทางการแพทย์ ข้อมูลสำหรับผู้รับบริการอ่านได้ที่ HFEA
- ช่องแช่แข็งทั่วไปในบ้าน: ไม่เหมาะสำหรับการเก็บอสุจิเพื่อการแพทย์ เพราะไม่มีเทคนิคและสารป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็งที่ทำลายเซลล์
ประเมินสถานการณ์จริง: โอกาสตั้งครรภ์สูงหรือแทบเป็นไปไม่ได้
หลายคำถามไม่ได้ถามเชิงชีววิทยาล้วน ๆ แต่ถามว่าอสุจิบนมือ บนผิวหนัง บนผ้า หรือในถุงยาง ยังทำให้ท้องได้ไหม คำตอบส่วนใหญ่ขึ้นกับว่าอสุจิยังชื้นอยู่หรือไม่ และมีโอกาสสัมผัสบริเวณปากช่องคลอดในช่วงเจริญพันธุ์จริงหรือไม่
- ภายในร่างกายช่วงใกล้ไข่ตก: เป็นช่วงที่โอกาสดีที่สุด เพราะมูกปากมดลูกมักเอื้อต่อการอยู่รอดและการเคลื่อนที่
- บนผิวหนังหรือมือ: อยู่ได้สั้นมากและมักแห้งเร็ว หลังล้างหรือเช็ดโดยทั่วไปแทบไม่มีโอกาส
- บนเสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอน: ของเหลวถูกซึมและแห้งเร็ว ทำให้อสุจิหมดสภาพอย่างรวดเร็ว
- ในถุงยางหรือภาชนะ: อาจยังเคลื่อนไหวได้ถ้ายังชื้น แต่ถ้าไม่มีการเข้าสู่ช่องคลอดและปากมดลูก โอกาสตั้งครรภ์ก็ไม่เกิด
- ในปาก น้ำลาย หรือกระเพาะอาหาร: สภาพแวดล้อมไม่เหมาะ อสุจิหมดสภาพเร็ว และแทบไม่เป็นเส้นทางที่ทำให้ตั้งครรภ์ได้
- ในน้ำ สระ หรือทะเล: การตั้งครรภ์ในน้ำแทบไม่สมเหตุสมผลในชีวิตจริง
ถ้าต้องการคิดแบบง่าย ๆ ให้ดูสามเงื่อนไขพร้อมกันคืออสุจิต้องยังเคลื่อนไหวได้ ต้องอยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ และต้องมีเส้นทางถึงปากมดลูก สถานการณ์ที่ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งมักมีโอกาสต่ำมาก
ทำไมบางคนอสุจิจึงอยู่ได้ถึงประมาณ 5 วัน
ตัวเลข “สูงสุดประมาณ 5 วัน” เป็นกรณีที่สภาวะเหมาะสม ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยตายตัว ใกล้วันไข่ตก มูกปากมดลูกมักมีคุณสมบัติที่ช่วยลดความเป็นกรด ช่วยให้อสุจิเดินทาง และช่วยปกป้องอสุจิจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้หมดสภาพ
นอกช่วงนี้ สภาพในช่องคลอดโดยทั่วไปไม่เป็นมิตรกับอสุจิมากนัก จึงทำให้อสุจิอยู่ได้สั้นลงอย่างชัดเจน
อะไรทำให้อสุจิตายเร็วเมื่ออยู่นอกร่างกาย
ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเหตุผลซับซ้อน แต่เกิดจากความแห้งและสภาพแวดล้อมที่ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ เมื่อของเหลวหายไป อสุจิมักสูญเสียการเคลื่อนไหวเร็วมาก และยิ่งเจอสารเคมีหรืออุณหภูมิไม่เหมาะสมก็ยิ่งหมดสภาพ
- ความแห้ง: ปัจจัยหลักที่ทำให้อสุจิอยู่ในอากาศได้ไม่นาน
- สบู่และแอลกอฮอล์: ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ได้รวดเร็ว
- คลอรีนและความเข้มข้นของเกลือที่เปลี่ยนฉับพลัน: ทำให้เกิดความเครียดแบบออสโมซิส
- ความร้อน: ลดการเคลื่อนไหวและอาจกระทบคุณภาพโดยรวม
- เจลหล่อลื่นบางชนิด: อาจทำให้การเคลื่อนไหวลดลงได้ หากค่า pH หรือส่วนผสมไม่เหมาะ
ถุงยาง ภาชนะรองหลั่ง และการขนส่ง: คำว่าอยู่ได้นานหมายความว่าอะไร
หลายคนถามว่าอสุจิอยู่ในถุงยางหรือในภาชนะได้นานเท่าไหร่ เพราะอยากประเมินเวลา แต่คำว่า “ยังอยู่” ในบริบทนี้หมายถึงยังเคลื่อนไหวได้ชั่วคราว ไม่ได้หมายถึงมีโอกาสตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น
สำหรับการวางแผนมีบุตร ปัจจัยสำคัญมักเป็นช่วงเวลาในรอบเดือนและการไปถึงปากมดลูกมากกว่า ส่วนการตรวจในคลินิกมักมีมาตรฐานเรื่องเวลาและอุณหภูมิเพื่อให้ผลตรวจเชื่อถือได้
อสุจิเดินทางถึงไข่ใช้เวลากี่วัน
อสุจิบางส่วนอาจไปถึงบริเวณปากมดลูกได้ในไม่กี่นาที และอาจไปถึงมดลูกได้ภายในเวลาไม่นาน แต่สิ่งที่กำหนดโอกาสตั้งครรภ์คือไข่ตกเมื่อไรและสภาพมูกปากมดลูกเอื้อแค่ไหน จึงมักเน้นการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันก่อนหน้าไข่ตกด้วย ไม่ใช่แค่วันไข่ตกอย่างเดียว
อุณหภูมิ: จุดที่เริ่มมีผลชัดเจน
อสุจิไวต่อความร้อน โดยเฉพาะความร้อนที่เกิดต่อเนื่องเป็นเวลานานซึ่งอาจทำให้การเคลื่อนไหวลดลง และส่งผลต่อคุณภาพโดยรวมได้
ข้อมูลภาพรวมด้านการประเมินภาวะมีบุตรยากและแนวทางการดูแลอ่านได้ที่ NICE guideline CG156
สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมที่มักถูกมองข้าม
แล็ปท็อปวางบนตัก โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง กางเกงที่รัดแน่น และการนั่งนาน ๆ อาจทำให้บริเวณอัณฑะอุ่นขึ้นและลดการระบายอากาศ ในชีวิตจริงมักแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้ต่อเนื่อง

แนวทางดูแลคุณภาพอสุจิแบบทำได้จริง
- ลดความร้อนสะสม: เลี่ยงแล็ปท็อปบนตัก ลดพฤติกรรมที่ทำให้บริเวณอัณฑะอุ่นนาน ๆ
- ลดบุหรี่และแอลกอฮอล์ถ้าทำได้: การใช้ต่อเนื่องสัมพันธ์กับคุณภาพอสุจิที่ลดลง
- นอนให้พอและจัดการความเครียด: ความเครียดเรื้อรังอาจกระทบระบบฮอร์โมนและพฤติกรรมสุขภาพ
- ใส่ใจกับไข้และการติดเชื้อ: ไข้สูงอาจทำให้คุณภาพอสุจิลดลงชั่วคราวและเห็นผลตามมาหลังจากนั้น
- อาหารเสริมและยา: ไม่ควรทานแบบสุ่ม หากมีแผนมีบุตรควรคุยกับแพทย์
- หากพยายามมีบุตรแล้วไม่สำเร็จ การตรวจน้ำเชื้อเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นระบบตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการ
ความเชื่อที่พบบ่อย กับข้อเท็จจริง
- ความเชื่อ: อสุจิอยู่ได้ 7 วันเสมอ ข้อเท็จจริง: โดยมากพูดถึงสูงสุดประมาณ 5 วันในช่วงใกล้ไข่ตกและในสภาวะที่เหมาะสม
- ความเชื่อ: อสุจิอยู่ในถุงยางได้นานและยังตั้งครรภ์ได้ ข้อเท็จจริง: หากไม่เข้าสู่ช่องคลอดและปากมดลูก โอกาสตั้งครรภ์ไม่เกิด
- ความเชื่อ: อสุจิอยู่ในอากาศได้เป็นชั่วโมง ข้อเท็จจริง: เมื่อแห้งแล้วมักหมดสภาพเร็ว และบางครั้งแห้งภายในไม่กี่นาที
- ความเชื่อ: น้ำลายไม่เป็นไร ข้อเท็จจริง: น้ำลายทำให้อสุจิเคลื่อนไหวลดลงเร็วมาก
- ความเชื่อ: ในสระว่ายน้ำยังอยู่ได้นาน ข้อเท็จจริง: การเจือจางและคลอรีนทำให้อสุจิหมดสภาพรวดเร็ว
- ความเชื่อ: สบู่ไม่ส่งผล ข้อเท็จจริง: สบู่และแอลกอฮอล์ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ได้
- ความเชื่อ: แช่ช่องฟรีซที่บ้านได้ ข้อเท็จจริง: การแช่แข็งเพื่อการแพทย์ต้องใช้เทคนิคและสารป้องกันเฉพาะ
บริบทกฎหมายและข้อกำกับในประเทศไทย
หากเกี่ยวข้องกับการรักษาภาวะมีบุตรยาก การใช้อสุจิจากผู้บริจาค หรือการเก็บแช่แข็งในคลินิก ควรทราบว่าไทยมีกฎหมายและข้อกำกับเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ซึ่งครอบคลุมเรื่องกระบวนการ การกำกับดูแล และเอกสารประกอบในระบบบริการสุขภาพ
กฎหมายและข้อกำกับของประเทศอื่นอาจแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะกรณีใช้บริการข้ามประเทศหรือมีการจัดการเอกสารหลายระบบ จึงควรตรวจสอบข้อมูลจากคลินิกที่ได้รับอนุญาตและอ่านเอกสารทางการให้ครบถ้วน สามารถดูตัวบทกฎหมายภาษาไทยได้จากเอกสารเผยแพร่ของกระทรวงสาธารณสุข พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558
เมื่อไรควรปรึกษาแพทย์
- อายุน้อยกว่า 35 ปี: พยายามมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิดครบ 12 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์
- อายุ 35 ปีขึ้นไป: มักพิจารณาปรึกษาเร็วขึ้นเมื่อครบ 6 เดือน
- ควรไปเร็วกว่านั้นหากมีรอบเดือนผิดปกติ สงสัยไม่ตกไข่ ปวดมากผิดปกติ หรือมีประวัติโรคที่เกี่ยวข้อง
ถ้าต้องการมุมมองเรื่องระยะเวลาที่คนส่วนใหญ่ใช้จนตั้งครรภ์ อ่านได้ที่ NHS: How long it takes to get pregnant
สรุป
ในสภาวะที่เหมาะสม อสุจิสามารถอยู่รอดในร่างกายฝ่ายหญิงช่วงใกล้ไข่ตกได้สูงสุดประมาณ 5 วัน แต่เมื่อนอกร่างกายอสุจิมักหมดสภาพเร็ว โดยเฉพาะเมื่อของเหลวแห้ง การประเมินสถานการณ์จริงควรมองพร้อมกันทั้งความชื้น ช่วงเจริญพันธุ์ และโอกาสที่อสุจิจะไปถึงปากมดลูกอย่างแท้จริง

