คอมมูนิตี้สำหรับการบริจาคอสุจิแบบส่วนตัว การเป็นพ่อแม่ร่วม และการผสมเทียมที่บ้าน — สุภาพ ตรงไปตรงมา และเป็นส่วนตัว

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
ฟิลิป มาร์กซ์

ธนาคารอสุจิในประเทศไทย 2569: มีที่ไหนบ้าง รับบริจาคอสุจิจริงไหม และควรรู้อะไรก่อนติดต่อ

คนจำนวนมากค้นหา ธนาคารอสุจิ ประเทศไทย หรือ ธนาคารสเปิร์ม ไทย เพราะอยากบริจาคอสุจิ หรืออยากรู้ว่าซื้อสเปิร์มในไทยทำได้ไหม บทความนี้สรุปแบบตรงไปตรงมา: ในไทยมีหน่วยงานที่สื่อสารเรื่องธนาคารอสุจิผ่านหน้าเว็บทางการให้ค้นเจอได้ไม่มาก และการรับบริจาคสเปิร์มแบบเปิดรับทั่วไปมักจำกัด เราจึงยึดเฉพาะแหล่งที่มีหน้าเว็บทางการอ้างอิงได้ พร้อมคำอธิบายแบบไม่เดา และเช็กลิสต์คำถามที่ควรถามก่อนสมัครเป็นผู้บริจาค

ภาพรวมธนาคารอสุจิและศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากในประเทศไทย ปี 2569 สำหรับผู้สนใจบริจาคอสุจิ

บทความนี้ช่วยอะไร และไม่ทำอะไร

  • โฟกัสหลักคือคนที่อยากบริจาคอสุจิ และอยากรู้ว่ามีหน่วยงานไหนในไทยที่สื่อสารเรื่องธนาคารอสุจิหรือสเปิร์มผู้บริจาคอย่างเป็นทางการ
  • ให้ลิงก์ไปยังหน้าเว็บทางการของหน่วยงานเท่านั้น ไม่ใช้ไดเรกทอรีหรือเว็บรวมรายชื่อเป็นฐานข้อเท็จจริง
  • ถ้าหน่วยงานไม่ระบุอายุ เกณฑ์ หรือค่าชดเชยอย่างชัดเจน เราจะเขียนว่าไม่ระบุในหน้าเว็บทางการ เพื่อกันข้อมูลผิด
  • อัปเดตอ้างอิงตามข้อมูลออนไลน์ที่เข้าถึงได้ ณ มกราคม 2569 และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลารับสมัครและนโยบายของแต่ละศูนย์

ภาพรวมในไทย: ทำไมจำนวนธนาคารอสุจิที่ประกาศชัดเจนจึงมีไม่มาก

  • ในไทยมีศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยากจำนวนมาก แต่คำว่า ธนาคารอสุจิ ในความหมายของหน่วยงานที่เก็บ แช่แข็ง กักกัน และบริหารตัวอย่างอย่างเป็นระบบ มักพบชัดเจนในหน่วยงานระดับสถาบันมากกว่า
  • ตัวอย่างที่สื่อสารเรื่องธนาคารอสุจิผ่านหน้าเว็บทางการแบบตรงไปตรงมาคือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งอธิบายทั้งบริการ และบริบทกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์: ธนาคารอสุจิ
  • ฝั่งคลินิกเอกชนจำนวนมากให้บริการ ART เช่น IUI IVF ICSI แต่ไม่ได้ประกาศรับบริจาคสเปิร์มแบบเปิดรับทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ และมักให้ข้อมูลละเอียดผ่านการติดต่อโดยตรง
  • ข้อมูลเรื่องกรอบกฎหมายและเงื่อนไขผู้รับบริการมักถูกสื่อสารในมุมผู้ป่วยมากกว่ามุมผู้บริจาค ตัวอย่างเช่นบางโรงพยาบาลมีหน้า FAQ ที่อธิบายภาพรวมแนวทางการรักษา Bumrungrad: FAQs เรื่องการรักษาภาวะมีบุตรยาก

สรุปแบบผู้บริจาค: ถ้าคุณค้นหา รับบริจาคสเปิร์ม หรือ บริจาคอสุจิ ได้เงิน ในไทย คุณจะเจอข้อมูลกระจัดกระจาย วิธีที่ปลอดภัยคือเริ่มจากหน่วยงานที่มีหน้าทางการเกี่ยวกับธนาคารอสุจิ แล้วถามเงื่อนไขการรับสมัครแบบตรงจุด และขอข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อทำได้

กฎหมายและความเสี่ยงที่คนไทยควรรู้ก่อนคิดจะซื้อขายหรือบริจาค

คำค้นอย่าง ซื้อสเปิร์มในไทย หรือ ขายสเปิร์ม ราคา มักพาไปสู่ประกาศรับซื้อรับขายที่เสี่ยงมาก ทั้งด้านกฎหมาย ความปลอดภัย และการคุ้มครองข้อมูล ในไทยมีกรอบกฎหมายว่าด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ซึ่งเน้นการคุ้มครองเด็กและกำกับการดำเนินการในระบบสถานพยาบาล ถ้าคุณตั้งใจทำอย่างถูกต้อง ให้ยึดหลักว่า การใช้สเปิร์มผู้บริจาคควรอยู่ในกระบวนการของสถานพยาบาลและการยินยอมที่ชัดเจน แหล่งอ้างอิงกฎหมายที่เข้าถึงได้ เช่นเอกสารตัวบทกฎหมาย พ.ศ. 2558 ในไฟล์เผยแพร่ของรัฐสภา พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 และเอกสารวิชาชีพที่สรุปแนวปฏิบัติของแพทย์ไทยเกี่ยวกับ ART RTCOG ART Guidelines

เช็กลิสต์ความเสี่ยงจากการซื้อขายนอกระบบที่พบได้จริง: ไม่มีการคัดกรองโรคติดเชื้อและการตรวจซ้ำตามเวลา ไม่มีการกักกันตัวอย่างตามมาตรฐาน ไม่รู้แหล่งที่มาของข้อมูลประวัติสุขภาพ เสี่ยงถูกหลอกเรื่องผลตรวจ และเสี่ยงปัญหาความยินยอม เอกสาร และการคุ้มครองเด็กในอนาคต ถ้าคุณเห็นคำโฆษณาแนวรับบริจาคได้ทันที จ่ายเงินสูง ไม่ต้องตรวจ หรือส่งตัวอย่างเอง ให้ถือว่าเสี่ยงและควรหลีกเลี่ยง

คำที่คนค้นหาเยอะ: ซื้อสเปิร์มในไทย ได้ไหม และธนาคารสเปิร์ม ราคาเท่าไร

คำค้นอย่าง ซื้อสเปิร์มในไทย หรือ ธนาคารสเปิร์ม ราคา มักสะท้อนความสับสนระหว่างการรักษาภาวะมีบุตรยากกับการซื้อขายเชิงพาณิชย์ ในทางปฏิบัติ การใช้สเปิร์มผู้บริจาคจะถูกจัดการผ่านคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ทำ ART ภายใต้กรอบกฎหมายและขั้นตอนยินยอมของสถานพยาบาล โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อธิบายภาพรวมประเด็นนี้ในรูปแบบคำถามที่พบบ่อย Bumrungrad FAQs

ส่วนเรื่อง ฝากเชื้ออสุจิ ราคา หรือ เก็บเชื้ออสุจิ ราคา เป็นคนละบริการกับการบริจาคอสุจิ การฝากเก็บมักเป็นการเก็บเพื่อใช้ของตัวเองในอนาคต ราคาขึ้นกับโรงพยาบาล ระยะเวลาเก็บ และแพ็กเกจตรวจคัดกรอง ถ้าคุณต้องการตัวเลข ให้ขอใบเสนอราคาจากศูนย์โดยตรง เพราะแต่ละที่ตีความสิ่งที่รวมในแพ็กเกจไม่เหมือนกัน

ขั้นตอนบริจาคอสุจิที่มักเจอจริงในศูนย์มาตรฐาน

  1. ติดต่อหน่วยงานเพื่อคัดกรองเบื้องต้น เช่น อายุ สุขภาพ ประวัติครอบครัว ความสะดวกในการมาเป็นรอบ และข้อห้ามด้านพฤติกรรมหรือยา
  2. นัดตรวจและให้ตัวอย่างเพื่อประเมินคุณภาพ โดยมักแนะนำงดหลั่ง 3–5 วันก่อนให้ตัวอย่าง
  3. ตรวจเลือดและโรคติดเชื้อตามมาตรฐานของศูนย์ และอาจมีการคัดกรองเพิ่มเติมตามแนวทางของสถานพยาบาล
  4. ลงนามเอกสารยินยอมและข้อตกลงเรื่องการใช้ตัวอย่าง การเก็บข้อมูล การติดต่อในอนาคต และขอบเขตการชดเชย
  5. แช่แข็ง กักกันตัวอย่าง และตรวจซ้ำก่อนปล่อยใช้ตามแนวทางความปลอดภัยของศูนย์

ทิปสำหรับผู้บริจาค: ถามให้ชัดเรื่องความถี่ที่ต้องมา ระยะเวลาที่ต้องเข้าร่วม โปรแกรมตรวจอะไรบ้าง และการจ่ายชดเชยครอบคลุมอะไร โดยเฉพาะถ้าคุณค้นหา บริจาคสเปิร์ม ได้เงิน ให้ระวังคำโฆษณาเกินจริง และยึดข้อมูลจากศูนย์ที่มีระบบตรวจและเอกสารครบ

รายชื่อหน่วยงานในไทยที่มีข้อมูลทางการเกี่ยวกับธนาคารอสุจิหรือการใช้สเปิร์มผู้บริจาค

หมายเหตุเรื่องความครบถ้วน: ในไทยมีศูนย์ IVF จำนวนมาก แต่ไม่ใช่ทุกแห่งจะมีหน้าเว็บที่ประกาศเรื่องธนาคารอสุจิหรือเปิดรับผู้บริจาคแบบสาธารณะ รายการด้านล่างจึงเน้นที่ลิงก์ที่ตรวจสอบได้จากหน้าเว็บทางการของหน่วยงาน และเขียนตามสิ่งที่หน้าเว็บระบุจริง ถ้าคุณต้องการรายชื่อแบบครบทุกจังหวัด วิธีที่แม่นสุดคือใช้รายชื่อศูนย์ผู้มีบุตรยากที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานรัฐ หรือโทรถามโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโดยตรง แล้วขอให้ยืนยันว่าเปิดรับผู้บริจาคหรือไม่ในช่วงเวลานั้น

กรุงเทพมหานคร

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

  • บทบาท: หน่วยงานระดับสถาบันที่มีหน้าให้ความรู้เรื่องธนาคารอสุจิอย่างเป็นทางการ หน้า ธนาคารอสุจิ
  • สิ่งที่หน้าเว็บระบุ: อธิบายบริบทบริการและแนวคิดธนาคารอสุจิในไทย พร้อมข้อมูลภาพรวมที่ตรวจสอบได้จากหน่วยงาน แหล่งอ้างอิงทางการ
  • เหมาะกับใคร: คนที่อยากเริ่มจากช่องทางที่มีข้อมูลชัดและเป็นระบบของโรงพยาบาลสถาบัน
  • ผู้บริจาคควรถามเพิ่ม: เปิดรับบริจาคในช่วงนี้ไหม เกณฑ์อายุและเกณฑ์คัดกรองเป็นอย่างไร ต้องมาเป็นรอบกี่ครั้ง การกักกันตัวอย่างนานเท่าไร และแนวทางการชดเชยตามนโยบายของหน่วยงาน

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ศูนย์ผู้มีบุตรยากและ IVF

  • ข้อมูลอ้างอิง: มีคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรอบการรักษาภาวะมีบุตรยากและประเด็นที่เกี่ยวข้อง FAQs
  • หน้าแผนก: ภาพรวมบริการด้านภาวะมีบุตรยากและ IVF Fertility and IVF Center
  • หมายเหตุสำหรับผู้บริจาค: หน้านี้เป็นข้อมูลบริการผู้ป่วยเป็นหลัก ถ้าต้องการบริจาคอสุจิ ให้ติดต่อสอบถามเรื่องการรับสมัคร เกณฑ์ และขั้นตอนโดยตรง

Jetanin Institute for Assisted Reproduction

  • เว็บไซต์ทางการ: jetanin.com
  • เหมาะกับบริบทบทความ: เป็นศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยากที่สื่อสารบริการ ART ชัดเจน
  • หมายเหตุสำหรับผู้บริจาค: เว็บไซต์ไม่ได้ทำหน้ารับสมัครผู้บริจาคแบบสาธารณะให้เห็นชัดในทุกส่วน การเปิดรับบริจาคสเปิร์มอาจเป็นไปตามช่วงเวลาและนโยบาย ให้สอบถามโดยตรงเรื่องการรับบริจาคอสุจิ

SAFE Fertility Group

  • เว็บไซต์ทางการ: SAFE Fertility Group
  • หมายเหตุ: เป็นเครือศูนย์ ART ที่สื่อสารข้อมูลบริการชัดเจน แต่รายละเอียดเรื่องการรับบริจาคสเปิร์มควรถามกับศูนย์โดยตรง และขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรถ้าเป็นไปได้

เรื่องศิริราชและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอื่น ๆ: หลายคนค้นหา บริจาคอสุจิ ศิริราช เพราะคาดหวังว่าโรงพยาบาลใหญ่จะมีระบบครบ แต่ในทางปฏิบัติ ข้อมูลสำหรับผู้บริจาคอาจไม่ถูกทำเป็นหน้าสาธารณะให้ค้นง่ายเหมือนข้อมูลผู้ป่วย ถ้าคุณตั้งใจจริง ให้โทรถามศูนย์ผู้มีบุตรยากของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโดยตรง และถามตามเช็กลิสต์ด้านล่าง จะได้คำตอบที่ตรงกว่าไล่หาในกูเกิล

เช็กลิสต์คำถามก่อนสมัครบริจาคสเปิร์ม

  • ตอนนี้เปิดรับบริจาคสเปิร์มไหม และรับแบบเปิดรับทั่วไปหรือรับผ่านช่องทางเฉพาะของศูนย์
  • เกณฑ์อายุ สุขภาพ และประวัติครอบครัวเป็นอย่างไร ต้องตรวจอะไรบ้าง และตรวจซ้ำเมื่อไร
  • ต้องมาบ่อยแค่ไหน ระยะเวลาร่วมโปรแกรมกี่เดือน และนัดได้ยืดหยุ่นแค่ไหน
  • มีการกักกันตัวอย่างนานเท่าไร และปล่อยใช้ภายใต้เงื่อนไขอะไร
  • มีการชดเชยค่าเดินทางหรือค่าเสียเวลาไหม ถ้ามีคำนวณอย่างไร และจ่ายเมื่อไร
  • ถ้าป่วย ใช้ยา เดินทาง หรือย้ายที่อยู่ ต้องแจ้งอะไรบ้าง และมีผลต่อการนัดหรือการรับบริจาคไหม
  • ศูนย์อธิบายเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล การเก็บเอกสาร และการติดต่อในอนาคตอย่างไร แล้วผู้บริจาคจะได้รับเอกสารอะไรกลับมาบ้าง
  • ศูนย์มีนโยบายจำกัดจำนวนการใช้ตัวอย่างต่อผู้บริจาคอย่างไร และควบคุมการติดตามอย่างไร

สรุป

ธนาคารอสุจิในประเทศไทยในความหมายแบบหน่วยงานที่สื่อสารเป็นทางการให้ค้นเจอได้ชัดยังมีไม่มาก และการรับบริจาคอสุจิแบบเปิดรับทั่วไปมักจำกัด ถ้าคุณอยากบริจาคอสุจิจริง ๆ จุดเริ่มที่ตรวจสอบได้จากหน้าเว็บทางการชัดเจนคือหน่วยงานระดับสถาบันอย่างโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จากนั้นใช้เช็กลิสต์คำถามด้านบนเพื่อคุยกับศูนย์ให้ครบเรื่องเกณฑ์ การตรวจ กำหนดนัด การกักกันตัวอย่าง และเงื่อนไขการชดเชย ถ้าคุณกำลังพิจารณาซื้อขายนอกระบบ ให้หยุดก่อนและอ่านส่วนกฎหมายและความเสี่ยง เพราะความเสียหายมักเกิดจากการข้ามขั้นตอนที่ควรมีในระบบสถานพยาบาล

ข้อจำกัดความรับผิด: เนื้อหาใน RattleStork มีไว้เพื่อข้อมูลและการศึกษาโดยทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย หรือวิชาชีพ และไม่รับประกันผลลัพธ์ใด ๆ การใช้ข้อมูลนี้เป็นความเสี่ยงของผู้ใช้เอง ดู ข้อจำกัดความรับผิดฉบับเต็ม .

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มีจริง แต่จำนวนหน่วยงานที่สื่อสารเรื่องธนาคารอสุจิผ่านหน้าเว็บทางการให้ค้นเจอชัดยังมีไม่มาก หลายแห่งให้บริการด้านผู้มีบุตรยากและการรักษาเป็นหลัก ส่วนข้อมูลสำหรับผู้บริจาคมักต้องติดต่อสอบถามโดยตรงเพื่อเช็กว่าเปิดรับในช่วงนั้นหรือไม่

คำค้นนี้มักหมายถึงหน่วยงานของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยที่มีข้อมูลเกี่ยวกับธนาคารอสุจิอย่างเป็นทางการ จุดเด่นคือมีบริบทอธิบายชัดและตรวจสอบได้ แต่การรับสมัครผู้บริจาคจะขึ้นกับช่วงเวลาและเกณฑ์ของหน่วยงาน จึงควรถามสถานะการเปิดรับและเงื่อนไขล่าสุดก่อนเสมอ

มี แต่ไม่ใช่ทุกศูนย์จะเปิดรับแบบทั่วไปตลอดเวลา วิธีที่ปลอดภัยคือเริ่มจากโรงพยาบาลหรือคลินิกที่อยู่ในระบบรักษาภาวะมีบุตรยาก แล้วถามตรง ๆ ว่าตอนนี้เปิดรับผู้บริจาคหรือไม่ รับเฉพาะกลุ่มหรือเปิดรับทั่วไป และขอให้สรุปขั้นตอนกับเกณฑ์เป็นข้อความหรือเอกสารที่อ้างอิงได้

หลายคนค้นหาคำนี้เพราะคาดหวังว่าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจะมีระบบครบ แต่ข้อมูลสำหรับผู้บริจาคอาจไม่ได้ทำเป็นหน้าสาธารณะให้ค้นง่ายเหมือนข้อมูลผู้ป่วย ทางที่ดีที่สุดคือโทรสอบถามศูนย์ผู้มีบุตรยากหรือแผนกที่เกี่ยวข้องโดยตรง และถามว่าเปิดรับผู้บริจาคในช่วงนี้ไหมและต้องเริ่มจากขั้นตอนไหน

ในระบบสถานพยาบาลโดยมากจะพูดถึงค่าชดเชยเวลาและค่าเดินทางมากกว่าค่าจ้างเชิงพาณิชย์ จำนวนและเงื่อนไขแตกต่างกันมากและหลายแห่งไม่ประกาศบนเว็บ คุณควรถามให้ชัดว่าเป็นการชดเชยอะไร จ่ายเมื่อไร จ่ายตามครั้งหรือตามการผ่านขั้นตอน และมีเงื่อนไขการเข้าร่วมกี่เดือน

ควรระวังมาก เพราะประกาศนอกระบบมักข้ามขั้นตอนความปลอดภัย เช่น การตรวจโรคติดเชื้อ การตรวจซ้ำตามเวลา และการกักกันตัวอย่าง ถ้าเจอข้อความที่บอกว่าไม่ต้องตรวจ จ่ายเงินสูงมาก หรือให้ส่งตัวอย่างเอง ให้ถือว่าเสี่ยงและควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะหากไม่มีเอกสารยินยอมและไม่มีหน่วยงานทางการรองรับ

ถ้าหมายถึงการซื้อขายนอกระบบถือว่าเสี่ยงสูง เพราะคุณควบคุมคุณภาพตัวอย่าง ผลตรวจ การตรวจซ้ำ การกักกัน และเอกสารความยินยอมไม่ได้ แนวทางที่ปลอดภัยคือให้การใช้สเปิร์มผู้บริจาคเกิดขึ้นภายใต้กระบวนการของสถานพยาบาลที่ดำเนินการตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย

คำค้นเหล่านี้มักสื่อถึงการหาตัวอย่างนอกระบบ ซึ่งต่างจากการรักษาในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีขั้นตอนคัดกรอง ตรวจซ้ำ และเอกสารยินยอมครบ ในการรักษา สถานพยาบาลจะเป็นผู้จัดการเรื่องความปลอดภัย การเก็บรักษา และการใช้ตัวอย่างตามข้อกำหนด ลดความเสี่ยงที่ผู้รับบริการต้องแบกรับเอง

คำว่า ราคา ในความเป็นจริงอาจหมายถึงหลายอย่าง เช่น ค่าตรวจคัดกรอง ค่าดำเนินการของศูนย์ ค่าเตรียมตัวอย่าง หรือค่าเก็บรักษา จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกที่ วิธีที่แม่นที่สุดคือขอใบเสนอราคาจากศูนย์โดยตรงและถามว่าในแพ็กเกจรวมอะไรบ้างและมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องหรือไม่

เพราะแต่ละศูนย์รวมรายการไม่เท่ากัน บางแห่งรวมค่าตรวจเลือดและตรวจโรคติดเชื้อ บางแห่งแยกเป็นค่าใช้จ่ายรายครั้งหรือรายปี และบางแห่งพูดถึงการฝากเก็บอสุจิของผู้ป่วยมากกว่าการใช้สเปิร์มผู้บริจาค การเทียบราคาจึงควรเทียบจากรายการเดียวกัน เช่น ค่าตรวจอะไรบ้าง ค่าเก็บกี่เดือน และมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรือไม่

เกี่ยวข้องในแง่เทคโนโลยีการแช่แข็งและการเก็บรักษา แต่เป็นคนละบริการกับการบริจาคอสุจิ การฝากเก็บมักเป็นการเก็บไว้ใช้เองในอนาคต เช่น ก่อนรักษาโรคหรือก่อนทำหัตถการที่อาจกระทบภาวะเจริญพันธุ์ ค่าใช้จ่ายจึงขึ้นกับระยะเวลาเก็บและสิ่งที่รวมในแพ็กเกจของแต่ละโรงพยาบาล

ราคาตรวจคุณภาพอสุจิแตกต่างกันตามสถานพยาบาลและรายการตรวจที่รวม จึงควรถามให้ชัดว่ารวมการวิเคราะห์อะไรบ้าง เช่น ปริมาณ ความเข้มข้น การเคลื่อนไหว และรูปร่าง รวมถึงต้องงดหลั่งกี่วันก่อนตรวจ และผลตรวจใช้ประกอบการสมัครบริจาคได้หรือไม่ เพราะบางศูนย์ต้องการให้ตรวจในระบบของตนเองเท่านั้น

เกณฑ์ขึ้นกับนโยบายของแต่ละศูนย์ แต่โดยทั่วไปจะคัดกรองเรื่องอายุ สุขภาพทั่วไป ประวัติครอบครัว คุณภาพอสุจิ และความเสี่ยงโรคติดเชื้อ บางศูนย์อาจมีข้อจำกัดเพิ่มเติมเรื่องพฤติกรรม ยา หรือการเดินทาง คุณควรถามเกณฑ์ล่าสุดจากศูนย์ที่ต้องการสมัคร เพราะเกณฑ์อาจเปลี่ยนตามช่วงเวลารับสมัคร

โดยทั่วไปศูนย์จะให้คำแนะนำเรื่องการงดหลั่งก่อนให้ตัวอย่างหลายวัน การนอนให้พอ ลดแอลกอฮอล์และบุหรี่ และแจ้งยา อาหารเสริม หรือโรคประจำตัวทั้งหมด จุดสำคัญคือทำตามคำแนะนำของศูนย์ที่คุณไปจริง เพราะระยะงดหลั่งและเงื่อนไขการเก็บตัวอย่างอาจแตกต่างกัน

มักมีการตรวจคุณภาพอสุจิ ตรวจเลือดหาโรคติดเชื้อที่สำคัญ และซักประวัติสุขภาพกับประวัติครอบครัว หลายศูนย์มีการตรวจซ้ำตามช่วงเวลาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย รายการตรวจจริงขึ้นกับมาตรฐานของศูนย์และความเสี่ยงของผู้สมัคร จึงควรถามรายการตรวจและความถี่ให้ชัดก่อนเริ่ม

การกักกันตัวอย่างช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อที่อาจยังตรวจไม่พบในช่วงแรก ศูนย์จำนวนมากจะใช้การตรวจซ้ำหลังเวลาผ่านไปก่อนปล่อยให้ใช้ตัวอย่าง ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามแนวทางของแต่ละศูนย์ คุณควรถามว่าใช้ระยะกักกันเท่าไร ตรวจซ้ำอะไรบ้าง และมีเงื่อนไขการปล่อยใช้แบบใด

ขึ้นกับโปรแกรมของแต่ละศูนย์ โดยทั่วไปต้องมาหลายครั้งเพื่อให้ได้จำนวนตัวอย่างเพียงพอ และมักต้องทำต่อเนื่องเป็นระยะเพื่อผ่านขั้นตอนกักกันและตรวจซ้ำ ก่อนเริ่มควรถามให้ได้ตัวเลขชัด เช่น ต้องมาสัปดาห์ละกี่ครั้ง รวมทั้งหมดกี่เดือน และหากหยุดกลางคันมีผลต่อการใช้ตัวอย่างอย่างไร

โดยหลักไม่ควร เพราะการติดตามข้อมูลและการควบคุมจำนวนการใช้ตัวอย่างต่อผู้บริจาคจะซับซ้อนขึ้นและเสี่ยงต่อความซ้ำซ้อน หากคุณได้รับคำชวนจากหลายที่ ควรถามนโยบายการติดตามและการจำกัดการใช้ตัวอย่างของแต่ละศูนย์ แล้วเลือกศูนย์ที่มีระบบเอกสารและการดูแลที่ชัดเจนที่สุด

ข้อมูลจะถูกเก็บในระบบเวชระเบียนและเอกสารความยินยอมของสถานพยาบาลเพื่อความปลอดภัยและการติดตาม คุณควรถามว่าเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เก็บนานแค่ไหน ใครเข้าถึงได้ และมีสิทธิขอสำเนาเอกสารใดได้บ้าง โดยทั่วไปควรขอสำเนาเอกสารยินยอมและสรุปเงื่อนไขสำคัญก่อนลงนามทุกครั้ง

โดยทั่วไปไม่ทำให้มีลูกยากในระยะยาว เพราะร่างกายสร้างอสุจิใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ความถี่ในการให้ตัวอย่างและการพักควรเป็นไปตามคำแนะนำของศูนย์ หากคุณมีปัญหาสุขภาพทางเพศ ระบบฮอร์โมน หรือคุณภาพอสุจิต่ำอยู่แล้ว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเพื่อประเมินความเหมาะสม

แนวปฏิบัติเรื่องการเปิดเผยข้อมูลขึ้นกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและนโยบายของแต่ละศูนย์ ในทางปฏิบัติมักเน้นความเป็นส่วนตัว แต่ก็ต้องมีการเก็บข้อมูลเพื่อความปลอดภัยและการตรวจสอบในอนาคต คุณควรถามให้ชัดว่าเป็นระบบไม่เปิดเผยตัวตนในระดับใด เก็บข้อมูลอะไรไว้ และมีกรณีใดที่อาจต้องเปิดเผยข้อมูลหรือไม่

โดยทั่วไปผู้บริจาคไม่สามารถเลือกผู้รับรายบุคคลได้ เพราะศูนย์จะจัดการการจับคู่ตามนโยบายและข้อกำหนดของระบบรักษา แต่รายละเอียดอาจแตกต่างกัน เช่น บางแห่งอาจมีระดับข้อมูลผู้รับที่แจ้งให้ทราบหรือไม่แจ้งเลย ก่อนลงนามควรถามรูปแบบการใช้ตัวอย่างและขอบเขตอำนาจตัดสินใจของผู้บริจาคให้ชัด

สาเหตุที่พบบ่อยคือไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพอสุจิ ตรวจพบหรือมีความเสี่ยงโรคติดเชื้อ มีประวัติสุขภาพหรือประวัติครอบครัวที่ศูนย์เห็นว่าเพิ่มความเสี่ยง หรือไม่สามารถมาตามรอบที่กำหนดได้ บางครั้งอาจถูกปฏิเสธเพราะจำนวนผู้สมัครเต็มในช่วงนั้น การถามเกณฑ์และโควตาที่เหลืออยู่ก่อนจะช่วยลดการเสียเวลา

ระยะเวลาขึ้นกับตารางนัดตรวจและขั้นตอนคัดกรองของแต่ละศูนย์ บางคนใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์เพื่อผ่านการตรวจพื้นฐาน แต่บางกรณีอาจนานกว่านั้นหากต้องตรวจซ้ำหรือรอคิว ก่อนเริ่มควรถามไทม์ไลน์คร่าว ๆ ของศูนย์ รวมถึงจำนวนครั้งที่ต้องเข้ามาในช่วงประเมินก่อนบริจาคจริง

การบริจาคมักต้องมาหลายครั้งต่อเนื่องและต้องนัดตามรอบ จึงสะดวกกว่าหากอยู่ไม่ไกลเกินไป แต่ไม่ใช่ข้อบังคับเสมอไป สิ่งสำคัญคือคุณต้องสามารถมาภายในเวลาที่ศูนย์กำหนดและทำตามเงื่อนไขการเตรียมตัวได้สม่ำเสมอ หากเดินทางบ่อยหรือย้ายที่อยู่ ควรถามว่ามีผลต่อการเข้าร่วมโปรแกรมหรือไม่

อาจมีผล เพราะบางอาการป่วยและยาบางชนิดมีผลต่อความปลอดภัยหรือคุณภาพตัวอย่าง ศูนย์มักต้องการให้แจ้งข้อมูลสุขภาพและยาที่ใช้ทั้งหมด และอาจเลื่อนนัดหากมีความเสี่ยง ก่อนบริจาคควรถามนโยบายการเลื่อนนัด การงดบริจาคชั่วคราว และเอกสารที่ต้องใช้ยืนยันในกรณีเจ็บป่วย

เริ่มจากหน่วยงานในระบบสถานพยาบาลที่คุณตรวจสอบตัวตนและช่องทางติดต่อได้ชัดเจน จากนั้นถามสถานะการเปิดรับ เกณฑ์คัดกรอง รายการตรวจ ระยะกักกัน และเอกสารยินยอมให้ครบ ขอเอกสารอ่านก่อนนัดตรวจเมื่อเป็นไปได้ และหลีกเลี่ยงการติดต่อผ่านประกาศนอกระบบที่ไม่สามารถยืนยันมาตรฐานความปลอดภัยและเอกสารได้

ดาวน์โหลดแอปบริจาคอสุจิ RattleStork ฟรี และค้นหาโปรไฟล์ที่ใช่ภายในไม่กี่นาที